Tag Archives: Openworlds

The Sixth Extinction: An Unnatural History by Elizabeth Kolbert แปลโดย สุนันทา วรรณสินธ์

เลือกเล่มนี้มาอ่านเพราะการดีไซน์ปกแท้ๆ ชอบความละมุนของภาพและรูปแบบตัวอักษร แม้ว่าจะมีกราฟฟิกกระดาษที่ขาดแล้วมองเห็นโครงกระดูกของนกที่คิดว่าเป็นเพนกวินก็ตาม แสดงว่ามันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ละมุนแล้วสิ อ่านชื่อเรื่องก็ประจักษ์ได้เลยว่าเป็นจริงดังที่คิด การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 ส่วนใหญ่ฟังแล้วไม่เกิดผลกระทบอะไรตอนนี้เหมือนที่เราได้ยินเรื่องโลกร้อน แต่ไม่แน่นะคะ อากาศร้อนๆ ที่เราเจออยู่ตอนนี้ก็คือการส่งสัญญาณให้เราหลายๆ คนได้ตระหนักถึงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงแล้วค่ะ แล้วจะมีอะไรที่เราต้องตระหนักเกี่ยวกับการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 นี้บ้าง

เราเป็นคนที่ห่วงเรื่องโลกร้อนมากๆ คนนึงค่ะ ถ้าเป็นไปได้จะไม่ขอถุงพลาสติกเวลาซื้อของ ถ้ามีโอกาสจะชอบการเดินหรือการใช้จักรยานแทนรถยนต์ ถ้าหลายๆ คนทำแบบนี้เหมือนกัน เราก็คงช่วยลดปัญหาพวกนี้ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่เรื่องการสูญพันธ์นี้ไม่ได้อยู่ในประเด็นที่เรากังวลเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยได้รับข้อมูล โอเคว่ามันเป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่เราอาจไม่ได้เห็นสัตว์หลายๆ ชนิดอีกต่อไป แล้วยังไงต่อล่ะ…

หนังสือเล่มนี้เป็นการอ่านประวัติศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ โดยอาศัยการอ้างถึง บทความของผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในสาขานี้ มากไปกว่านี้ ผู้เขียนเองก็จะออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นๆ อยู่ สมทบด้วยผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูลอีกเช่นเคย สมบุกสมบันมากๆ ค่ะ บางครั้งก็ต้องเดินป่าและค้างคืนในป่าลึกแถบเปรูหรือปานามา ดำน้ำศึกษาปะการังที่เกรตแบร์ริเออร์รีฟ ขึ้นเขาเพื่อศึกษาฟอสซิลในสก็อตแลนด์ และอีกหลายๆ ทริปที่ห่างไกลจากความรู้ของเรา วันๆ เราคงจะเพลิดเพลินกับทริปไปยุโรปเดินเล่นมองตึกสวยๆ ไปญี่ปุ่นกินของอร่อยๆ หรือไปประเทศที่เจ๋งๆ แล้วเขียนรีวิวเก๋ๆ ไม่ผิดค่ะ เพราะเราก็ทำ (ฮา) แต่มันเทียบกันไม่ได้เลยค่ะ เค้าดูจะไปในสถานที่ที่เจ๋งจริง แต่เค้าไปทำงานค่ะ และก็ถ่ายทอดเอาเรื่องราวที่สำคัญมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เกิดการตระหนักในคนหมู่มาก มันดีมากจนเค้าได้รับรางวัลพูลิตเซอร์สาขาสารคดีทั่วไปจากงานเขียนชิ้นนี้เลยทีเดียวค่ะ

การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 กลับเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด แม้การสูญพันธุ์ก่อนหน้านี้จะมีหลักฐานที่ยังถกเถียงกันอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อได้ว่า มันมีปัจจัยบางอย่างที่ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมด สูญพันธุ์ไป นั่นรวมถึงการพุ่งชนของอุกาบาตที่เป็นเหตุให้ไดโนเสาร์หายไปจากโลกเราด้วย แต่หนังสือเล่มนี้ทำให้เราตระหนักได้ว่า ตอนนี้แหละที่เรากำลังอยู่ในช่วงของการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6!

จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่ ทำให้เราพบว่า มีสัตว์หลายชนิดที่สูญพันธุ์ไปภายในช่วงไม่กี่ปีนี้เองค่ะ ซึ่งสาเหตุหลักนั้นมาจากสภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ เมื่อโลกนั้นเริ่มขาดสมดุลย์ในธรรมชาติ สัตว์ทีอ่อนแอกว่า ปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะตายไป สิ่งนี้รวมถึงพืชพันธุ์ตามธรรมชาติอีกด้วย นอกจากนี้ บ่อยครั้งที่มนุษย์ขาดความรู้ อาศัยความได้เปรียบเรื่องพละกำลังและอาวุธ ฆ่าสัตว์จำนวนมากเพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากมัน หรือเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของมนุษย์ การเดินทางที่สะดวกขึ้นทำให้สัตว์และพืชที่ติดไปด้วย เกิดการแพร่พันธุ์และย้ายถิ่นที่ผิดธรรมชาติ ทำให้มันอาจไปเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่นในสภาพแวดล้อมอื่น จนทำให้เกิดความผิดปกติและความเสียหายใหญ่หลวงในระบบนิเวศนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายๆ องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และช่วยกันฟื้นฟูและป้องกันปัญหาการสูญพันธุ์ไม่ให้แย่ไปกว่านี้ โลกเรายังมีหวังค่ะ และมันก็ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันกลับมาดูแลโลกของเราอย่างจริงจัง เริ่มจากเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีค่ะ ก่อนที่มนุษย์เองนั่นแหละที่ต้องสูญพันธุ์ไปตลอดกาล (จบโหดอ่ะ ฮา)

ก่อนจะจากกัน อยากบอกว่าชื่นชมในความพยายามหาข้อมูลทั้งจากบทความ หนังสือ พิพิธภัณฑ์ และการออกสนามจริง ของผู้เขียนค่ะ ภาษาวิชาการต้องบอกว่า ข้อมูลทางปฐมภูมิและทุติยภูมิสินะ แล้วเค้าก็สามารถเรียบเรียงงานเขียนที่เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะ ทฤษฎี และข้อมูลที่เข้าใจยาก ผู้อ่านความรู้น้อยอย่างเราต้องทำความเข้าใจตามอย่างช้าๆ แต่มันก็ไม่ได้อ่านยากจนเกินไปค่ะ มาสะอึกอีกครั้งตอนที่อ่านกิตติกรรมประกาศ โอ้ นี่ชั้นกำลังอ่านทีสิสอยู่หรือไง ไม่พอมีบรรณานุกรมและการอ้างอิงแหล่งข้อมูลมากมายในหนังสือ ใช่ค่ะ มันคือทีสิสดีๆ นี่เอง อ่านจบจึงแสยะยิ้มให้กับตัวเอง ฮาๆ -_-

Advertisements

วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน (ฉบับสมบูรณ์) โดย สฤณี อาชวานันทกุล

เล่มนี้ได้มาเพราะความอดทนค่ะ อดทนต่อการรอให้เล่มฉบับสมบูรณ์มันออกมา จะได้ไม่ต้องอ่านเล่มหนึ่งและเล่มสองแยกกัน เรื่องเกิดขึ้นเพราะเราดันไปเจอ ‘วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน เล่ม 2’ เข้าให้ เปิดอ่านดูปรากฏว่าชอบมากๆ แต่ก็หาเล่มแรกไม่เจอค่ะ ก็เลยต้องตัดใจ เพราะคิดว่าเดี๋ยวเค้าก็คงรวมเล่มแหละหน่า

เนื้อหาในเล่มเป็นการรวบรวมเอาสุนทรพจน์ของบุคคลสำคัญๆ เช่น Steve Jobs, Bill Gates, J.K. Rowling, หรือแม้แต่ Barack Obama และอีกหลายๆท่าน ที่เค้าเหล่านั้นเคยกล่าวไว้ในวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก โดยจุดประสงค์ของการพูดนี้ก็เปรียบเสมือนการฟังเลคเชอร์วิชาสุดท้ายก่อนที่จะจบการศึกษานั่นเอง ความสำคัญของวิชาสุดท้ายนี้คือ สิ่งที่ว่าที่บัณฑิตเหล่านี้จะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในห้องเรียน เพราะจะเป็นเรื่องวิชาชีวิตล้วนๆ หรือวิชาที่จะช่วยเตรียมว่าที่บัณฑิตให้พร้อมเผชิญหน้ากับโลกและความเป็นจริงนั่นเอง

บุคคลสำคัญทั้ง 20 ท่าน จะให้ข้อคิดและแนวคิดที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวิชาชีพ ความถนัด และประสบการณ์ของแต่ละคน แต่คนที่เราชอบมากๆเลยคือ Steve Jobs และ J.K. Rowling ตอนที่ Jobs พูดนี้เราสามารถหาดูได้ใน youtube ด้วยซ้ำ เพราะมันเจ๋งจริงๆ ฟังแล้วกินใจสุดๆ ของ J.K. Rowling ก็เจ๋งไม่แพ้กัน ทั้งสองท่านจะเล่าคล้ายๆกันเรื่องชีวิตตัวเองว่าเคยล้มเหลว ผิดพลาดมากี่ครั้ง แล้วสุดท้ายเค้าสามารถกลับมาประสบความสำเร็จได้อย่างไร อ่านแล้วมีน้ำตาซึม ชอบมากค่ะ

ปล. มีบางท่านเหมือนกันที่อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ เหมือนเค้าจะปรัชญ๊า ปรัชญาไป หรืออาร์ตไปก็มี..

20140521-003713-2233103.jpg