Tag Archives: Lao

ลาวและนาย โดย อนุสรณ์ สนะพันธุ

เป็นอีกเล่มที่อ่านจบอย่างรวดเร็วมากๆ เพราะความเรียบง่าย เข้าใจง่าย ของเนื้อหา เพลินตากับรูปถ่ายสวยๆ และเพลินใจกับบทกวีที่อ่านแล้วรู้สึกดี จริงๆ แล้วเราตั้งหนังสือเล่มนี้ไว้ในห้องน้ำแหละไว้อ่านเวลาเข้าส้วม ความเพลินของมันทำให้ไม่อยากลุกจากโถเลยอ่ะ (ฮา)

การเขียนหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนั้นมีความเสี่ยงค่ะ เพราะหลายๆ ครั้งที่อ่านรู้สึกว่าไม่สนุกเลย มีหลายเล่มที่ไม่หยิบมารีวิวเพราะรู้สึกไม่อินกับทริปของเค้า นิ่งๆ เรื่อยเปื่อย บางคนก็บรรยายเยอะมากเกินไปจนน่าเบื่อค่ะ เปิดแค่บทแรกก็ไปต่อไม่ได้ ต้องวางไว้อย่างนั้น แต่ทริปลาวนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างค่ะ แม้เราจะได้คาดการณ์ไปก่อนว่า มันก็คงเป็นการขี่รถดูทาง ดูคน ดูวิว ไปเรื่อยๆ แต่ความเป็นจริงมันกลับมีรายละเอียดที่ลึกกว่านั้น มันเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียน เหมือนเรานั่งไปกับเค้าด้วยอย่างไรอย่างนั้นเลย นี่ล่ะน้า เสน่ห์ของการเขียนที่ดี 🙂

หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์หนึ่งคันธรรมดาๆ ของหนุ่มไทยสองท่าน เริ่มจากกรุงเทพฯ แล้วยิงตรงเอามอเตอร์ไซค์ขึ้นรถไฟไปตั้งต้นจากจังหวัดทางภาคเหนือของไทย ขี่ทะลุไปฝั่งลาว แล้วเรื่อยลงมาผ่านหลายเมืองหลายหมู่บ้าน ผ่านหลวงพระบาง วังเวียง และ เวียงจันทน์ ก่อนจะกลับเข้าไทยบริเวณจังหวัดทางภาคอีสาน เอารถมอเตอร์ไซค์คันเดิมขึ้นรถไฟกลับมากรุงเทพฯ

สมบุกสมบันมาก

ถามว่าอยากไปขี่แบบเค้ามั้ย ต้องไปนอนเต๊นท์ หุงข้าวจากแหล่งน้ำลำธารธรรมชาติ ต้องนั่งท่าเดิมๆ วันละหลายๆ ชั่วโมง ขี่มอไซค์ก็ไม่คล่อง ซ้อนก็ไม่ถนัด สรุป คือ ไม่อยากไปแบบเค้าหรอกค่ะ แต่รูปที่ถ่ายและถ้อยคำที่บรรยายกลับน่าดึงดูดที่สุด …. ชอบค่ะ 🙂

มิตรภาพรายทางกับธรรมชาติที่งดงามสะท้อนสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือ การเข้าใจตัวเองมากขึ้น เพราะได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ได้ตกผลึกความหมายของความสุข เพราะได้เห็นหลายๆ คนที่แม้จะอยู่อย่างลำบาก ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมาก แต่เค้าก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยิ่งได้เห็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ สูดออกซิเจนเข้าไปเต็มปอด เอาจริงๆ แค่นี้ก็มีความสุขแล้วเหอะ

แต่อย่าลืมว่าความสุขของคนเราไม่เหมือนกันค่ะ ส่วนตัวเราเองชอบการท่องเที่ยวเพราะเป็นช่วงเวลาที่สามารถหยุดความคิดปวดหัวรำคาญใจที่เจอตอนอยู่บ้าน แล้วโฟกัสกับทริปตรงหน้า การลืมเรื่องเครียดๆ ไว้ที่บ้าน ก็คือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งแล้วค่ะ ยิ่งพอไปเจอสังคมที่แตกต่าง ต่างที่ ต่างถิ่น เจอวิวสวยๆ  มีประสบการณ์ใหม่ๆ มันก็เลยกลายเป็นโบนัส จะให้หยุดคิดเรื่องเครียดอย่างสมบูรณ์มันยากนิดนึง แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ บางทีเราก็อยากจะหาวิธีลืมมันไปแบบเนียนๆ ก็แค่นั้นเอง… เอ๊ะ รู้สึกว่านอกเรื่องมาไกลค่ะ (ฮา) สรุปเลยแล้วกันว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือ feel good ค่ะ อ่านแล้วอารมณ์ดี อยากยิ้มตาม และปลุกความอยากผจญภัยในตัวคุณ!! เย่! 😀

Sabaidee Luang Prabang

IMG_4860

This was probably one of the most popular sentences when someone wanted to write about this town. Well, ‘sabaidee’ meant ‘hello’ in Laos but meant ‘(I was) doing fine’ in Thais.

There was something similar between Thailand and Lao PDR. In my opinion, that might be cultures, foods, clothes, and language. So, I didn’t need to use English to speak with others but just to use my Thai language. Their clothing was similar to people in Northern of Thailand, even the souvenirs, some stuffs I could find in Chiang Mai’s night market (hehe+). Cultures were similar as well. This was because we had the same religion, Buddhism. And foods, I had a chance to try some and they were similar, especially the food in Northern and North Eastern of Thailand.

Well, that’s not the point. I just wanted to tell the differences. I saw one t-shirt’s screen ‘same same but different’ I thought they were talking about Thailand (hehe+). First, the civilization, 99% of Luang Prabang household saw Thai’s TV programs and listened to Thai songs. They loved Thai stars as well! The transportation also lacked of development. 30 kilos took nearly an hour to the waterfall. This was because the bridges still made of wood and holes on the roads were everywhere (even in downtown). Most of personal stuffs like shampoos, instant noodles, soaps, cooking ingredients and more were imported from Thailand as well. Well, this was the first difference but it’s not that bad.

As a Thais, I felt good to know that we were better in these ways. But, so what?! Next difference was ‘The World Heritage City (the whole city, you know!?). I was overwhelmed by the buildings and temples of this city. It was so beautiful!!!! I couldn’t stop taking pictures! And, I was glad to see how people gave offerings to the monks. It was so original. People wore traditional clothes, took of their shoes, sat on the mat, and then gave only sticky rice to the monks. I was in love with this. It was simple but beautiful. My faith for Buddha was skyrocking! I loved Buddhism more than ever. Well, I should say I was so impressed by this tradition. It might be because I rarely saw how people did this in Thailand. Last but not least was nice people. Laos people were so nice. All people I had experiences with were so good, lovely, and nice. My taxi drivers from the airport or to the waterfall, receptions at the guesthouse, waiters and waitresses at restaurants, shop owners at small shops or at night markets, well even foreigners I met during my trips (this’s not involve, actually!), I could say that all of them were nice!! I loved them all! My feeling for this city was unexplanable but I could come back for more!

If you had a chance just a few more days, please visit Luang Prabang and you would feel the same way I did.