NY I Come for You!

เราย่อมมีครั้งแรก ของอะไรบางอย่างเสมอ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทริปเกิดขึ้นจากการด่วนตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบิน แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เกิดความวิตกกังวลว่าเราจะได้ไปจริงๆ หรือเปล่า ประเด็นหลักคือกลัววีซ่าไม่ผ่านค่ะ จากนั้นก็รู้สึกเสียดายตัง ถ้าไม่ผ่านขึ้นมานี้เปลืองหลายดอก คิดเยอะมากเพราะเราเป็นคนงกมากไง 55 พอเป็นฟรีแลนซ์ก็จะมีความเสี่ยง เพราะเค้ากลัวว่าจะไปทำงานผิดกฎหมายไม่กลับประเทศ ถ้าเป็นหมอ เป็นผู้มีรายได้ประจำเป็นหลักแหล่งจะไม่น่ากังวลเลย จนสุดท้ายต้องเดินหน้าหาหลักฐานการทำวีซ่าอย่างจริงจัง มาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องเต็มที่กันหน่อย เพราะถ้าได้พยายามจนถึงที่สุดแล้วจะได้ไม่เสียใจทีหลังค่ะ (หากสนใจวิธีการทำวีซ่าอเมริกาของเรา โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ คือผ่านแบบสบายบรื๋ออ)

เหตุผลหลักที่ไปอเมริกา คือ ได้ตั๋วถูกค่ะ 555 ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะหาตั๋วราคา 22000 บินสายการบินที่ดีที่สุดในโลกปี 2017 Qatar Airways (จากการจัดอันดับของ Skytrax ปีล่าสุด) ข้ามครึ่งโลกไปถึงทวีปอันไกลโพ้นได้เหมือนครั้งนี้อีกแล้ว เดิมทีแค่คิดยังไม่กล้าเพราะลำพังเงินที่มีคงน้อยไป ต้องรอให้ล่ำซำกว่านี้หน่อย หรือต้องรอหาคนพาไปงี้ (แต่ก็คงต้องรอต่อไป 55) แต่เมื่อเราได้ offer นี้มาเลยขอลองสักตั้งแล้วกัน!! เรากำหนดงบไว้ที่ 100,000 บาท รวมทุกอย่าง ใช้เวลา 2 อาทิตย์ จุดหมายคือ East Coast มีนิวยอร์ค บอสตัน ดีซี และไนอาการ่า เป็นเป้าหมาย สุดท้ายจบที่ 97300 บาทถ้วน รวมทุกอย่างแล้ว รวมเงินที่ทำหายไปด้วยนะเออ เก่งมั้ยล่าา (เหอะๆ)

IMG_5651A
Washington Monument อันโด่งดัง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังสักเรื่องนึง ถ่ายจากหน้า Lincoln Memorial ตอนนี้คือเดินขาลากแล้วอ่ะ -_-

นี่เป็นแพลนที่เหนื่อยที่สุดเท่าที่ทำมา เพราะต้องหาทุกสิ่งอย่างในราคาประหยัดสุด เพื่อสงวนเงินของเราให้ได้มากที่สุด ฟีลก่อนไปก็เลยค่อนข้างเครียด ไหนจะงานที่ต้องรีบเคลียร์ ไหนจะแพลนทริปสองอาทิตย์ จองห้องพัก จองตั๋วรถบัส ไหนจะแลกเงิน ทุกอย่างต้องคุมเองทั้งหมดเพื่อกำหนดงบให้ได้ถูกที่สุดและยังคงได้อรรถรสสูงสุด เรียกว่าจริงจังกว่าทำงาน 55

IMG_5623A
US Capital ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังอีกแล้ว สวยงาม ตระหง่าน โดดเด่น

ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง เราใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงในการเดินทางครึ่งค่อนโลก จากที่ฟีลเครียดๆ ก็เริ่มตื่นเต้น นี่เรากำลังจะเดินทางถึงแผ่นดินแห่งความหวัง ความฝันแล้วสินะ ภาพจินตนาการทุกอย่างถูกโหลดเข้ามาในความทรงจำ เรามีภาพจำจากหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้ลอยวนเวียนมาให้คิดตื่นเต้น … แต่เมื่อได้มาถึงจริงๆ รู้สึกเฉยมากกก JFK คือสนามบินธรรมดาๆ ไม่มีอะไรผิดแปลกพิเศษ เดินผ่านตม.ก็ไม่มีอะไรยาก เดินฉิวออกมาหารถไฟเข้าเมืองก็เฉยๆ นะ คิดในใจว่าเออดีแล้ว ไม่มีอะไรตื่นเต้นเหมือนในหนัง ว่าแล้วเราก็นั่งรถไฟยาวเข้าเมืองเพื่อไปต่อรถบัสของ Megabus ที่ Penn St. เดี๋ยวค่ะ วันแรกเราไม่ได้มา New York หรอกค่ะ แต่เราเริ่มทริปที่ Washington D.C.

ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง รถบัสก็มาถึงเมืองหลวงของประเทศอเมริกาแห่งนี้ ยามเย็นที่นี่ไม่เลวค่ะ มันคือเมืองที่ดูเป็นระบบระเบียบไม่พลุกพล่าน เราใช้เวลายามค่ำคืนเดินเล่นสำรวจเมือง มีแวะไปร้านขายของที่ระลึกของบาสเก็ตบอลประจำเมือง ตรงนี้คนพลุกพล่านเชียวเพราะคืนนี้มีแข่งพอดี เราเลยช้อปหมวกมาใบนึง แอบคุ้มเพราะมีแต่คนทัก 55 เราก็ได้แต่ตอบว่า อ๋อ ไม่ใช่แฟนทีม Washington Basketball หรอกค่ะ แต่อยากได้ไว้เป็นที่ระลึกของเมืองนี้ 🙂 ทำให้รู้เลยว่าคนที่นี่เค้าคลั่งบาสเก็ตบอลกันขนาดไหน คืนแรกเราเก็บแรงที่ hostel รูหนูราคาถูกที่ห้องเหม็นเหมือนกลิ่นหนูตายและอับชื้นสุดๆ มันก็จะทรมานหน่อย 55

IMG_5639A
สวนหย่อมข้างพิพิธภัณฑ์สักแห่งในเครือของ Smisthsonian

เช้าแรกของทริป เราเริ่มที่ US Capital ค่ะ สถานที่แห่งนี้คือภาพจำของประเทศได้เป็นอย่างดี เห็นในหนังทุกเรื่องอ่ะ แม้ไม่ได้เข้าไปเพราะคิวเต็ม แต่สิ่งที่ชอบมากคือห้องสมุดข้างๆ Library of Congress คือสถาบันด้านวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา และยังเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย มีห้องอ่านหนังสือเหมือนที่เราเห็นในหนังซึ่งจะสงวนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น มีนิทรรศการต่างๆ ให้คนภายนอกชม ที่นี่ทำให้รู้สึกว่าหนังสือและความรู้มันเลอค่ามาก รู้สึกแตกต่างกับห้องสมุดใดๆ ที่เคยไปมา ชอบจัง จากนั้นเราก็เข้าๆออกๆ พิพิธภัณฑ์ต่างๆในแบรนด์ของ Smithsonian เพราะเข้าฟรี 55 เราไปเยือน American Museum of Natural History ซึ่งเป็นฉากหลักในหนัง Night at the Museum ชมนิทรรศการของเจ้าแม่ลายจุด Yayoi Kusama ที่ Hirshhorn Museum and Sculpture Garden ถ่ายรูปคู่กับฟักทองยักษ์ลายจุดที่โด่งดัง แต่เอาจริงไม่ได้รู้จักเจ้เลย ไม่ใช่แฟนคลับ แต่เคยเห็นในหนังสารคดีว่าคนนี้แหละคือตำนานแฟชั่น เราซึ่งไม่ได้รู้เรื่องอะไรก็เหมือนเจอคนดังระดับโลกไง ก็ตื่นเต้นสิคะ จากนั้นเราเลยไป National Air and Space Musuem อันนี้ชอบมากเพราะเนื้อหาและการนำเสนอแน่นมาก ว่าทำไมเด็กอเมริกันถึงมีพัฒนาการที่ดี เพราะพิพิธภัณฑ์เค้าดีนี่เอง การจัดการเค้าดีมากมาเดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ทุกวันยังได้เพราะมีเรื่องให้เรียนรู้ไม่รู้จบ บ่ายวันนั้นเราเดินผ่าน Washington Monument เสาหินสูงตระหง่าน สัญลักษณ์เด่นของหนังฮีโร่ถล่มโลก หนังสายลับ บลาๆ แวะถ่ายรูป The White House ในระยะไกลมาก พักชมความยิ่งใหญ่ของ Lincoln Memorial แล้วจบทริปอย่างไวในเวลาบ่ายสาม เพราะเราไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป วันนั้นน่าจะร่วมๆ 25 กิโลแล้วค่ะ อากาศก็ร้อนอีก ครั้นจะข้ามสะพานไปชม Pentagon ก็นะ พอเถอะค่ะ…สุดท้ายเราก็เดินกลับที่พัก แวะช้อปปิ้งเล็กน้อยที่ Whole Food ลั้นลากับไลฟ์สไตล์ออแกนนิคและเทรนสุขภาพเสมือนเป็นคนอเมริกันฮิปๆ

IMG_8593A
ย่าน Georgetown ในเมือง Washington DC น่ารักดี เหมือนดูใน Pinterest เลยค่ะ

เช้าวันถัดมาเรามาเดินชมเมือง DC กันค่ะ เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่สถานที่สำคัญทางราชการและพิพิธภัณฑ์สุดเจ๋ง แต่ชุมชนรอบๆ ยังน่ารัก น่าเดิน และน่าอยู่มากๆ เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ จากย่าน Downtown, Dupont Circle จนถึงย่าน Georgetown ซึ่งมีคาเฟ่และร้านรวงเก๋ๆ อยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะร้าน Cupcake ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ เหตุเพราะมีรายการ Reality Show ใช้ชื่อว่า DC Cupcakes มาถ่ายทำภารกิจของร้าน Georgetown Cupcake ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ในเมือง Georgetown ก่อตั้งโดยสองสาวพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เนื้อหารายการเกี่ยวข้องกับการทำ cupcake made to order แปลกๆ เก๋ๆ หรือท้าทายสุดๆ แล้วต้องทำตามระยะเวลาและความต้องการของลูกค้าให้ได้ มีช่วงนึงเราดูรายการนี้เป็นประจำ จนเพ้อว่าอยากกิน cupcake ที่ดูอร่อยๆ แบบนั้นบ้าง ในที่สุดเราก็ได้กินค่ะ!!! 😀 แต่ไม่ใช่ร้านที่ดังๆ นั้นหรอกนะ มาที่นี่ต้องกิน cupcake ร้าน Baked and Wired ต่างหาก เพราะเค้าเคลมว่าเป็น local choice คือมันดีฟกว่าไง ถ้าไปร้าน Georgetown Cupcake นั่นมัน touristy ไปค่ะ มันเกร่อ (ยักไหล่สองที 55)

IMG_5710A
เราชอบ phrase นี้มาก ใช่ค่ะ จะทุกข์ จะสุข หรืออะไรก็ตาม เดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันคือสัจธรรมเนอะ

สถานที่ถัดไปของคืนวันนั้นคือเมืองบอสตันที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 8 ชั่วโมง! ใช่ค่ะเราเลือก night bus ประหยัดเวลาและค่าที่พัก นอนในรถทั้งๆที่รู้ว่าไม่ได้นอนหรอก โหดมาก แล้วก็เป็นจริงดังนั้นค่ะ นอกจากรถจะมาเลทเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว การได้รถที่ปรับเอนไม่ได้มันก็เป็นแค่การนั่งหลับตาเท่านั้น รู้สึกตัวตลอดเวลา -_- พี่โชเฟอร์เค้าคงเข้าใจตรงนี้ดี จากที่เคลิ้มๆจะหลับด้วยความเพลีย เราก็เข้าเขตเมืองบอสตัน ที่ทราบเพราะพี่โชเฟอร์ประกาศเสียงดัง จากที่รถเงียบๆ ก็สะเทือนเลื่อนลั่น ดูเหมือนพี่แกจะดีใจมากที่ได้กลับบ้านเกิดค่ะ โฆษณาเมืองพูดไปเรื่อยแบบร้องฮิปฮอปคนผิวสี ทั้งเพลินทั้งขำ พูดเรื่อง Boston Strong บอกว่าเราต้องรักกัน เราต้องสตรองนะ เออมันจริงจังแฮะ มาปล่อยขำก๊ากก็ตอนที่รถใกล้จะถึงจุดจอด เพราะพี่แกดันเปิดเพลง Jump เข้าฟังหวะเหมือนดีเจพูดเข้าเพลงยังไงยังงั้น ตื่นเลยค่ะ 555 อยากจะ Jump กับพี่เค้านะ 55 ตลกมากกกก เป็นประสบการณ์นั่งรถบัสที่จะไม่มีวันลืม ^^

IMG_8666A
ดูเค้าให้คุณค่ากับทุกอาชีพ เป็น Street Art ที่มีความเกร๋

Boston แตกต่างกับ DC อยู่พอสมควรค่ะ เริ่มที่อากาศก่อนเลย คือทำไม DC ร้อนตับแลบใส่เสื้อกล้ามเดินได้ แล้ว Boston เย็นระดับเลขตัวเดียวล่ะ เมืองนี้มีความคลาสสิค คือมีความเจริญแบบวัยรุ่นนะแต่ก็ยังมีประวัติศาสตร์ให้ศึกษา มีความหลากหลายของชาติพันธุ์อยู่มาก อาจเป็นเพราะที่นี่คือศูนย์กลางความรู้ระดับหัวกะทิของโลก Harvard และสถาบันการศึกษามากมายก็อยู่ที่นี่ เลยมีนักศึกษาจากทั่วโลกมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ประกอบกับประวัติศาสตร์เมืองท่าที่ยาวนานตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานของชาวอังกฤษครั้งแรกกับผืนดินอเมริกาแห่งนี้ ก็ยิ่งเพิ่มความหลากหลายความเจ๋งเข้าไปอีก มันคลาสสิคแบบบอกไม่ถูก สรุปคือชอบอ่ะ Boston เป็นเมืองที่มีเสน่ห์

เหตุผลในใจหลักๆ ที่ต้องมาที่นี่ เพราะ Boston เป็นเมืองพระราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ค่ะ ยังไงต้องมาให้ได้ 🙂

วันแรกเราก็เริ่มทริปกันเลยแม้ว่าคืนที่ผ่านมาจะไม่ได้นอนก็ตาม เป็นหญิงแกร่งอยู่แล้ว แค่นี้จิ๊บๆ (จริงๆ คือเสียดายวันเที่ยวไง เราจะไม่ยอมป่วยเด็ดขาด 55) เราเดินตาม Freedom Trail ดูสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ สมัยการปฏิวัติอเมริกา (American Revolution) บอกตรงว่าไม่ได้ศึกษามาว่าแต่ละที่เป็นยังไง ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดเก่า อาคารรัฐสภา รูปปั้นบุคคลที่มีชื่อเสียง สถานที่ประชุมการปฎิวัติ ซึ่งเราจะเห็นตึกเก่าๆ แทรกตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงๆ อยู่เสมอ รู้สึกย้อนแย้งดีค่ะ เดินตามทัวร์คนอื่นแอบฟังไกด์บรรยายพอหอมปากหอมคอเราก็ปลีกตัวไปเดินตลาดค่ะ เพราะการได้เห็นชีวิตคนจริงๆ มันต้องไปเดินตลาดสิ! เราสำรวจ Quincy Market และ Faneuil Hall ตลาดเก่าที่มีชื่อเสียงแต่มันกลับไร้ชีวิตชีวา มัน touristy ไปอ่ะ กลายเป็น Boston Public Market ที่ทำให้รู้สึกว้าวมากกว่า มันคือตลาดของเกษตรกรในท้องถิ่นที่อยู่นอกไกด์บุ๊ก ด้านในจะมีร้านค้าที่อยู่ในเมืองละแวกนี้มาเปิดขายของกันแบบออแกนนิคมาก คือทุกร้านจะเน้นการโปรโมทที่มาของสินค้าเกษตร เน้นความเป็นธรรมชาติ เน้นการพัฒนาชุมชนที่อยู่ เน้นความเป็นชนบทมาจากไร่กันจริงๆ คือดีมาก มันคือตลาดในอุดมคติ เหมือนเราเดินตลาดในชนบทที่บ้านเราแต่ที่นี่มันสะอาด มีการทำการตลาด และมีการจัดการที่ดีกว่าเท่านั้นเอง เห็นสินค้าอะไรก็ดูน่าซื้อน่าใช้ไปหมดค่ะ ที่สำคัญคือมีร้านต้นไม้ในจินตนาการของเรา แบบนี้แหละที่อยากได้ แล้วพี่ก็เดินวนอยู่นั่นแหละ ด้อมๆ มองๆ ถ่ายรูปๆ คือดี 😀

IMG_8707A
ชอบมากๆ Boston Public Market อยากไปอีก

HI Boston คือ hostel chain ที่เราพัก เค้ามีหลายสาขาในอเมริกา สิ่งอำนวยความสะดวกโอเคมาก สะอาด ชอบมาก ที่สำคัญเค้าจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่ชิคๆ คูลๆ เช่นดูหนังร่วมกันคืนวันพุธ ส่วนลดปาร์ตี้หลุดโลกในคลับA ปาร์ตี้ประจำสัปดาห์ที่คลับB อาจจะเดาว่าเราต้องไปปาร์ตี้แน่เลย เปล่าค่ะ มันมีค่าเข้าค่ะ แค่ส่วนลดยังไม่พอพี่ขอไปฟรีได้มั้ย 555 (งก) ดังนั้นกิจกรรมที่ประจวบเหมาะกับเราที่สุด คือ การเดินทัวร์มหาลัย Harvard โดยอาสาสมัคร ฟรี! จ่ายแค่ค่ารถไฟ เราแจมทันทีเพราะเป็นโอกาสได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้ฝึกภาษา ได้ความรู้ใหม่ๆ ที่สำคัญจ่ายแค่ค่ารถไฟขาไปเองอ่ะ กิจกรรมคุ้มสามต่อแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับเรา 55 🙂

IMG_8802A
ร้านขายซีดี แผ่นไวนิล แจกโปสเตอร์หนังด้วย มันคลาสสิคดีนะ เป็นร้านที่เราเดินผ่านก่อนที่จะไปถึง Mt Auburn Hospital

เราได้เพื่อนใหม่มาจำนวนนึง แม้ว่าตอนนี้จะจำใครไม่ได้แล้ว มีแค่หนุ่มดัตช์ที่จำได้เพราะดันไปเล่าว่า เราอยากไปประเทศยูนะ เพราะเป็นเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ มีเลนจักรยานเจ๋งๆ อยากไปปั่นริมคลอง มีพิพิธภัณฑ์เยอะไปหมด ไรงี้ นางทำหน้างงบอกว่า เราเป็นคนแรกที่เล่าด้านดีของประเทศเค้า เพราะทุกคนจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากไปเนเธอร์แลนด์เพราะกัญชาถูกกฎหมาย… 555 เออเราดูเป็นสาวมีสาระคิดบวกโลกสวยขึ้นมาเลย แท้ที่จริงเราก็รู้นะเรื่องนั้น แต่เลือกที่จะไม่พูด แล้วเพิ่งอ่านหนังสือมาพอดีค่ะ ดูดีเชียวเรา 555

หลังจบการเดินทัวร์มหาลัยอันโด่งดัง เราก็ได้โอกาสไปตามรอยสถานที่แห่งความทรงจำของในหลวงรัชกาลที่ 9 เริ่มจาก King Bhumibol Adulyadej Square เป็นป้ายพร้อมแท่นจารึกลงประวัติของประองค์ไว้ แล้วมีดอกไม้สีเหลืองวางอยู่จำนวนนึง เราเดินไปร้านดอกไม้เพื่อเลือกดอกไม้สีเหลืองบ้าง แล้วเจ้าของร้านก็ถามเราว่า เอาไปเคารพในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช่มั้ย โห น้ำตารื้นเลย มันปลื้มใจที่คนต่างชาติก็รู้จักพระองค์ค่ะ 🙂 จากนั้นเราก็เดินไปที่โรงพยาบาล Mt Auburn สถานที่พระราชสมภพ ซึ่งเค้าจัดบอร์ดที่โรงพยาบาลไว้เลยแถบนึง แสดงพระราชประวัติ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ รวมทั้ง พระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับนายแพทย์และพยาบาลที่ถวายการประสูติ ณ ที่แห่งนี้ เมื่อครั้งที่ทรงกลับมาเยี่ยมโรงพยาบาล ปี พ.ศ. 2503 แล้วมีสมุดถวายความอาลัยพร้อมกับรูปถ่ายมากมายจากคนที่มาเยี่ยมเยือน เห็นแล้วน้ำตาคลอค่ะ มันมีหลายความรู้สึกมาก แต่อย่างน้อยคือรู้สึกดีใจมากที่ได้มา 🙂

IMG_5766A
โบสถ์ยามเย็นแห่งหนึ่งในย่าน Newbury ย่านช้อปปิ้งของคนบอสตัน

จากนั้นเราก็เดินกลับที่พัก… คือไม่ได้งกนะ แต่เราอยากออกกำลังกายไง เผอิญวันนั้นได้กิน Cannoli จากร้าน Mike’s Pastry (ท้องร้องเลยตอนที่พิมพ์) มันอร่อยมากกก ไม่เคยลืมรสชาติได้เลย มันดีมากจริงๆ และก็รู้ว่าอ้วนมากเช่นกัน แต่นั่นแหละเดินอยู่สองชั่วโมง ไกลสุดๆ บวกกับอดนอนอีก ถึงที่พักคือสลบ -_- อีกวันเราก็เลยชิวๆ เดินเล่นใน Boston Common สวนสาธารณะชื่อดัง วิวสวยมาก แดดดีเหมาะกับการปิกนิกกินแฮมเบอร์เกอร์ริมบึง แล้วมาต่อย่านช้อปปิ้ง Newbury ทั้งวัน ช้อปกระจายจ้า มีเจียดตังกินพิซซ่าที่ร้าน Eataly เฉยเลยอุตส่าห์ไปถึงอเมริกาเนอะ ประเด็นคือเราเห็นเค้าทำเส้นพาสต้าสดๆ ทำทุกอย่างสดๆ แล้วพรีเซนต์ร้านได้น่าสนใจมาก อาหารละลานตาไปหมด เรียกได้ว่าถ้าพลาดเดินเข้าไปแล้ว คือจบ สรุปคือเมื่องบอสตันทำให้เรา enjoy เป็นอย่างมาก happy มากๆ

แล้วก็ถึงเวลาเข้าเมืองกันค่ะ
New York City I’m Coming!!

รถบัสเจ้าเดิมพาเราออกจากเมืองบอสตัน เห็นป้าย Cape Cod ซึ่งเราคิดแพลนจะไปเพราะเพื่อนแนะนำ แต่หลังจากสำรวจโดย Google Street View และ Tripadvisor ก็พบว่า ทะเลไม่สวยมาก กิจกรรมคือว่ายน้ำ … เราเลยล้มเลิกค่ะ คงต้องเป็นมหาเศรษฐีมาตากอากาศอ่ะ อันนั้นจะโอกว่าเนอะ รถแล่นอยู่ไม่กี่ชั่วโมงภาพตึกสูงๆ เมื่อวันแรกที่เรามาถึงก็ปรากฎสู่สายตาอีกครั้ง มันมีความอลังการ มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังฮอลลีวูดสักเรื่องนึง (แต่หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องวันสิ้นโลกอะไรทำนองนั้นนะ 55) จุดหมายปลายทางของวันนี้และอีกหลายวันต่อจากนี้คือ Brooklyn ที่พักพิงชั่วคราวของเราค่ะ เราเลือกแชร์อพาร์ทเมนต์ผ่าน Airbnb ซึ่งโอเคมากทั้งราคา สถานที่ มิตรไมตรีของ Host และผู้พักท่านอื่นอีก 3 ห้อง

IMG_8991A
Brooklyn Bridge มันมีเสน่ห์ดีนะ

วันแรกในนิวยอร์ค ขอวอร์มอัพด้วยการเดินเล่นแถวย่านที่พัก เราเริ่มที่ย่านคนรวย Brooklyn Heights ก่อนจะเดินชม Brooklyn Bridge อันโด่งดัง มองดูตึกบนเกาะ Manhattan ที่กระจุกตัวอยู่อย่างอบอุ่นแต่ทรงพลัง ตื่นเต้นกับการเห็นตึก Empire State และ เทพีเสรีภาพอันไกลลิบ (พรุ่งนี้จะไปดูใกล้ๆ) ก่อนจะหมดวันและก่อนจะหมดแรง เราขอไปเยือน Times Square ที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ New York แวบแรกคือความตื่นตาตื่นใจ เร้าใจไปกับแสงไฟโฆษณา จอทีวีและผู้คนที่แต่งตัวแปลกๆ เดินกันขวักไขว่ให้เราถ่ายรูปด้วย สลับกับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โรงละคร Broadway ร้านค้า ร้านอาหารที่พร้อมเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เดินไปมุมไหนก็มีแต่แสงไฟ ผู้คน และร้านค้า ที่ตรงนี้แหละที่ให้ความรู้สึก the city that never sleep ของแท้ จำได้ว่ามีฟีลอยากร้องเพลงเล่นเปียโนแบบ Alicia Keys ตะโกนดังๆ ว่า

In New Yorkkkk…..
Concrete jungle where dreams are made of
There’s nothing you can’t do
Now you’re in New York……
These streets will make you feel brand new
Big lights will inspire you
Let’s hear it for New York, New York, New York

555

IMG_9168A
บนเรื่อง Ferry กลับมาจากเกาะ Statan ไม่ถ่งไม่ถ่ายแล้วเทพีเสรีภาพ! 55

วันต่อมาเราขอเก็บ landmark ของ New York ก่อนเลยนั่นคือเทพีเสรีภาพ รู้นะว่า touristy สุดๆ แต่มันเหมือนเป็นธรรมเนียมรึเปล่า แน่นอนค่ะเราเลือกนั่ง ferry จาก Battery Park ข้ามฟากไปเกาะ Statan ซึ่งฟรี (จะบอกว่า ferry นี้อยู่ในหนัง Spiderman ภาคที่มาทำใหม่ ฉากที่คนร้ายตัดเรือออกเป็นสองท่อน!! ตื่นเต้นเหมือนเป็น stand in ในเรื่องเลยล่ะค่ะ) รีวิวบอกว่า วิวดีคุ้มค่า ไม่ต้องจ่ายตังค่าทัวร์ไปถ่ายรูปใกล้ๆ พอเรือออก เทพีฯที่เห็นอยู่ไกลๆ ก็ค่อยเปิดเผยสู่สายตาทีละนิดๆ คนก็เริ่มแห่กันไปถ่ายรูปฝั่งเดียวที่ระเบียงเรือ เสียวเรือเอียงจริงๆ พอหันกลับมาดูฝั่งที่นั่ง อ้าว คนที่จะไปเกาะ Statan มีอยู่สัก 15% เอง นอกนั้นคือ tourist แบบเราๆ นี่แหละ ยังไม่ทันจะได้รูปสวยๆ เรือก็เทียบท่า โถ่ไหนล่ะวิวดี เทพีเสรีภาพที่เราได้เห็นสูงแค่ไม่เกินนิ้วเดียวเท่านั้นเองค่ะ คือมันยังไกลอยู่มากๆ จะคาดหวังให้เห็นสวยๆ เหมือนในหนังก็คงไม่ใช่สินะ พอเรือแล่นกลับเลยขอแสร้งเป็นผู้โดยสารนั่งกินขนมรับลมเย็นๆ น่าจะฟีลดีกว่า 55 พอเรือกลับมาที่ฝั่ง Manhattan เราก็เดินไป Wallstreet ศูนย์กลางการเงินของโลก ที่อยู่ไม่ไกล (ซึ่งตอนนี้ออฟฟิสส่วนใหญ่ย้ายไปแถบ New Jersey แล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ 9/11) ถ่ายรูปกับพี่กระทิงที่มีคนรุมล้อมตลอดเวลา ได้ฟีลเหมือนอยู่ในหนังอีกแล้ว รู้สึกดี 🙂

IMG_5845A
จุดนี้เคยเป็นตึก World Trade Center แต่ตอนนี้เป็นสถานที่ที่จารึกชื่อคนที่เสียชีวิตเอาไว้ เศร้าเนอะ

จากนั้นเราก็ลงทุนซื้อบัตรเข้าไปดู 9/11 Memorial ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณตึก World Trade Center เดิม ที่ยอมจ่ายตังเพราะรีวิวบอกว่าดี (รีวิวอีกแล้ว!) ปรากฎว่าดีจริงค่ะ เค้าทำไว้ดีมากจริงๆ ขนลุกตลอดเวลาเหมือนเราร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลย เริ่มตั้งแต่การจัดวางแผนผัง การใช้เทคโนโลยีประกอบการเล่าเรื่อง การร้อยเรื่องราว โดยเฉพาะการจัดแสดงสิ่งของที่หลงเหลืออยู่ เช่น Survival’s Staircase บันไดหนีไฟที่ผู้รอดชีวิตนับร้อยใช้หนีออกจากตึก ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมที่ยังเหลือเค้าให้เห็น กระติกน้ำร้อนบนเครื่องบิน United Airlines 93 หนึ่งในอาวุธที่ผู้โดยสารใช้สู้กับผู้ก่อการร้ายบนเครืองบินที่ถูกปล้น และ กระดาษขอความช่วยเหลือที่ปลิวตกลงมาจากตึก คุณพระ มันสื่ออารมณ์ได้พีคมาก เรารับรู้ความกลัว ความสูญเสีย ความเศร้า ความรัก และความหวังได้ในคราเดียวกัน

IMG_9135A
สีฟ้าของท้องฟ้าในวันที่ 11 เดือนกันยายน ใน 9/11 Memorial

จบจากเรื่องเศร้าเราก็ต้องกินค่ะ แต่หลังจากกินอาหารฝรั่งมาหลายวัน ใจก็เริ่มเรียกร้องหาพริก พริกที่ว่าคือพริกจริงๆนะ ไม่ใช่อาหารเผ็ดๆ คือเราอยากกินพริกอ่ะค่ะและเราก็เชื่อว่าการหาพริกใน New York ก็คงไม่ได้ยากเย็นอะไร ใช่ค่ะ เราใช้ความสามารถเฉพาะตัวด้านการใช้ search engine ค้นหาร้าน บุพเฟ่ต์ hot pot เจ้าดังแถว Flushing ได้กินพริกสมใจด้วยการตักพริกสดสำหรับใส่น้ำจิ้มกินกันอย่างมีความสุข ฟินๆท่ามกลางฝนปรอยๆ

IMG_9244A
น้ำตก Niagara สวย อลังการดีนะ

ทริปวันถัดมา เราขอจัดสถานที่ที่ช่วยเติมเต็มความทรงจำเยาว์วัย เด็กที่โตมาพร้อมหนังสือสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ชอบอ่านและอ่านหลายรอบมากๆ 55 ในชีวิตนี้เคยเห็นเพียงกำแพงเมืองจีนและทัชมาฮาล ซึ่งดีงามมาก ไนแองการ่าแม้ไม่ใช่น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลกแต่ก็ถือว่าสวยงามมากและก็ดังมากด้วย มีเหรอที่ tourist อย่างเราจะไม่ไปเยือน วางแผนอยู่นานสุดท้ายก็ซื้อทัวร์จีนค่ะ นั่งบัสแวะไปเรื่อยจนถึงเมือง Buffalo พักที่นี่หนึ่งคืนซึ่งโรงแรมดีงาม ได้แวะชมน้ำตกช่วงเย็นและเช้าอีกวันพร้อมเที่ยวสถานที่แถวๆนั้นอีก ก็ถือว่าโอเคนะ สวยดี ถ้ามีโอกาสอยากไปฝั่งแคนาดาบ้าง เพื่อนหลายคนบอกว่าเมือง Toronto ที่เห็นอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นโอเคมาก โถ่ เราก็ได้แต่มองอ่ะนะ สักวันคงได้ไปสำรวจค่ะ 😉

IMG_5952A
Old Fort Niagara สีเขียวของหญ้าตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า สวยมาก ทำให้อารมณ์ดี 🙂

เรากลับเข้า New York ในช่วงเย็น บัสมาจอดที่ Chinatown เลยคิดว่าจะเดินเล่นแถว 5th Ave สักหน่อย อยากได้ฟีลสาวๆ Sex and the City ยามค่ำคืน แวะชมตึก Empire State และ Time Square อีกทีเอาให้ชื่นใจ ก่อนกลับที่พักย่าน Brooklyn เราก็ไม่ลืมที่จะแวะร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมแล้วเลือกเบียร์ craft ของ Brookyln มาชิลล์สักหน่อย อยู่ๆ ก็มีหนุ่มสาวคู่นึงมาชวนคุย บอกให้ช่วยแนะนำเบียร์ให้หน่อย เอ่อคุณน้องคะ พี่เป็น tourist ค่ะ คุยไปคุยมาถูกคอ เค้าเลยชวนไปกินเบียร์หน้าบ้าน ริมถนน เพราะกำลังรอญาติกลับมาเข้าบ้านไม่ได้ คือดูเป็นวัยรุ่นกากๆ มาก แต่พี่ก็ตกลงไปกับเค้านะ 555 ไม่ทันจะได้ชิลล์พี่เปิดกระเป๋าจะจ่ายตังแต่กระเป๋าตังไม่อยู่ซะแล้วสิ! คุณพระ! กระเป๋าตังหาย!!

….

ดึงสติกลับมา เรารีบโทรบอกเพื่อนที่มาด้วยกัน ส่ง message หาหัวหน้าทัวร์ ถามความเป็นไปได้ว่าเผื่อจะยังอยู่ในบัส โทรหาเพื่อนที่ไทยให้ช่วยจัดการเรื่องอายัติบัตร แจ้งประกันเรื่องกระเป๋าตังหาย เตรียมตัวไปแจ้งความตอนเช้า บลาๆ (*tips ก่อนแจ้งความต้องทราบสถานที่เกิดเหตุแล้วค้นดูว่าที่ตรงนั้นสถานีไหนรับผิดชอบ ซึ่งสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดอาจไม่ใช่ส่วนที่รับผิดชอบ ต้องส่งเรื่องไปที่สถานีที่รับผิดชอบอีกที ใช้เวลานานและซ้ำซ้อนโดยใช่เหตุ ถ้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจที่รับผิดชอบโดยตรงก็สามารถดำเนินการได้เลย) เมื่อทำทุกอย่างที่ควรทำเสร็จแล้ว พบว่าเราไม่ได้เครียดเรื่องนี้เท่าไหร่เลย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่แยกตังไว้อีกที่นึง ไม่ได้หายทั้งหมด และเป็นครั้งแรกที่ทำประกันเดินทาง (แม้ประกันจะไม่ครอบคลุมเพราะไม่ได้โดนชิงทรัพย์แบบซึ่งๆหน้า) แล้วพาสปอร์ตก็ยังอยู่ สิ่งที่เสียดายไม่ใช่ตังเลย แต่เป็นบัตร Starbucks ลายเมือง Boston และ Washington DC แง T_T

IMG_6015A
ห้องอ่านหนังสือ ภายใน New York Public Library ดูดี ดูแพง

เช้าวันถัดมาท้องฟ้าสดใส วันนี้ New York อากาศดีมาก ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง เรามีนัดกับรุ่นพี่ที่อยู่ที่นี่ โดยพี่เค้าจะพาเดินเที่ยวไปคุยไปตามประสาคนบ้านเดียวกัน เริ่มที่ New York Public Library และ Bryant Park ซึ่งฟีลดีมาก ผู้คนออกมานั่งตากแดดรับลม กินกาแฟ คุยกันชิลล์ๆ เราถ่ายรูปกันเพลินแล้วก็เดินผ่านตลาดนัดวันศุกร์ชิคๆ คูลๆ ตาม Park ต่างๆ รวมถึง 5th Ave (ไปมันทุกวัน 55) ขอมีสาระหน่อยด้วยการไป The Strand ร้านหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดใน New York เราชอบที่นี่มาก หนังสือนั้นคือส่วนนึงแต่พนักงานคิดเงินหน้าตาดีค่ะ 55 แล้วก็จบที่เบอร์เกอร์ร้าน Black Tap Craft Burgers & Beer แถว Meatpacking ย่านชิคๆเหมาะกับเราที่สุด โดดเด่นด้วย Shake ที่กินแล้วน่าจะเป็นความดันและเบาหวานทันที นอกจาก Shakeshack ที่เราจะปรี่เข้าไปกินทุกครั้งที่เจอ ก็มีร้านนี้แหละที่โอเค เราที่ชอบอาหารแบบนี้อยู่แล้วก็เลยฟิน อีกอย่างมันก็เป็นอเมริกันดีนะว่ามั้ย? ประเด็นที่กินเพราะมีแต่ฟาสฟู้ดเท่านั้นที่เราพอจะจ่ายไหว 55

IMG_9422A
ภาพอันโด่งดังของ Andy Warhol คุณพี่เป็นปลื้มที่ได้ชมอ่ะ

เพื่อยืนยันความเป็น tourist ไส้แห้ง วันนี้แหละที่เราต้องไป MoMa แม้ค่าเข้าจะแพงแต่วันศุกร์เข้าฟรีนะจ้ะ เราใช้เวลาช่วงเย็นเดินชมผลงานศิลปินระดับโลก โดยเฉพาะ Andy Warhol หรือศิลปินระดับตำนานอย่าง Van Goh, Gogan, Rambrant อย่างตื่นตาตื่นใจ แม้ว่าจะไม่ได้รู้เรื่องศิลปะอะไรเลย แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ระหว่างนั่งรถไฟกลับฝั่ง Brookyln นอกจากคนบ้านั่งพูดคนเดียวที่เจอเป็นประจำแล้ว วันนี้เราดันเจอหนุ่มสาวคู่เดิมที่ชวนกินเบียร์ริมถนนอีก อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ เราเลยเข้าไปทักทายอัพเดตความคืบหน้าของกระเป๋าตัง ได้เพื่อนใหม่ตามระเบียบ

IMG_6045A
ตึก Empire State ที่เรามิได้ขึ้นไป เพราะไม่อยากจ่ายตัง 55

จะประหยัดอย่างเดียวก็เครียดกันพอดี กระเป๋าตังก็ไม่มี ว่าแล้วเราไปช้อปปิ้งดีกว่าค่ะ! ขอทำตัวเป็น New Yorker ใช้เวลาวันหยุดด้วยการออกต่างจังหวัดไปช้อปสินค้าที่ outlet นอกเมืองกันเถอะ (คิดเองเออเอง) นี่ล่ะค่ะที่เค้าเรียกว่าถ้าเราอยากจะได้อะไรมันจะมีข้ออ้างและเหตุผลให้กับมันเสมอ 55 ครั้งนี้ก็เช่นกัน เรานั่งบัสมาที่ Woodbury Common Premium Outlet เป็น outlet ซึ่งรวมหลายแบรนด์ดัง และ high-end ไว้อย่างมากมาย ตอนแรกคิดเสียดายเวลา 1 วันใน New York ที่ต้องแลกกับการมาที่นี่เพราะเราเป็นพวกไม่ค่อยช้อปอะไรอยู่แล้ว แต่กลับเป็นเรานี่แหละที่ช้อปจนตกรถ 55 ยังดีที่เค้าให้เปลี่ยนตั๋วกลับไม่งั้นแย่แน่

IMG_9572A
นิทรรศการภาพถ่ายของ Irving Penn ขอบอกว่ามันสุดยอดมากกๆ

แล้วเราก็ดำเนินมาถึงวันสุดท้ายใน New York ค่ะ ลิสต์ของวันนี้มีตั้งแต่การจิบกาแฟที่ร้าน Gotan ย่าน Trebeca ซึ่ง host เราทำงานอยู่ ไปเยี่ยมนางสักหน่อย แล้วไปเดินเล่นใน Central Park หนังทุกเรื่องต้องมีฉากในนี้ เข้าชมพิพิธภัณฑ์ THE MET จ่ายตังตามกำลังศรัทธา โชคดีได้ชมงานจัดแสดงของ ช่างภาพนิตยสาร Vogue ระดับตำนาน Irving Penn ได้เห็นผลงานของเค้า สไตล์และเทคนิคการถ่ายเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว บอกเลยว่าทึ่งสุดๆ ถ้าเป็นสินค้า องค์ประกอบมันใช่ ถ้าเป็นรูปคน อารมณ์มันได้ เรียกว่าหลงใหลไปเลยค่ะ ชอบมาก เดินดูอยู่นานมาก จนลืมแล้วว่าจุดอื่นมีอะไรบ้าง เสร็จแล้วก็ไป High Line เป็นทางรถไฟเก่าที่เค้าเอามาดัดแปลงทำเป็นพื้นที่ส่วนรวมเพื่อพักผ่อนและจัดแสดงงานศิลปะแบบ street ซึ่ง concept ดีมากนะ ชอบๆ สุดทางก็คือย่าน Meatpacking ได้เดินดูร้านสวยๆ ไอเดียบรรเจิดมากมาย ด้วยความไร้สาระเราเดินไปบริษัท Google ที่ทำงานในฝันของเรา แบบว่าเห็นหน้าบริษัทก็มีความสุขอ่ะ 55 ฝั่งตรงข้ามคือ Chelsea Market เราบังเอิญเดินเข้าไปเหมือนเข้าไปอีกโลกนึง ที่นั่นมีแต่ร้านเจ๋งๆ ตกแต่งแบบจัดเต็ม จุดประกายไอเดียพลุ่งพล่านไปเลยค่ะ ก่อนจะหมดวันขอแวะไปกินฟาสฟู้ด (อีกแล้ว) ที่ร้าน Diner 24 ชั่วโมง ที่เป็นกระจกใสเปิดไฟนีออนดัดเป็นสีๆ ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในหนังตำรวจสืบสวนสอบสวน เวลาตำรวจเค้ามานั่งกินกาแฟกันดึกๆ หรือมีสายมาส่งข่าว แล้วมีพนักงานอ้วนๆ มาเสิร์ฟกาแฟงี้ ใช่เลยค่ะได้อารมณ์นั้นเลย กินไปก็ฟินไป อารมณ์ดีขึ้นอีกเพราะพนักงานมาทักว่ายูน่ะ slim 55 เออดี อยู่นู่นคือเราผอมสินะ

IMG_6040A
ตึก Flatiron รูปทรงแปลกดี บนถนน 5th Ave อันเลืองชื่อ

แล้วก็จบทริปแบบอเมริกันที่ต้องการค่ะ ครบทุกรสชาติแต่ยังไม่ครบทุกที่ที่อยากไป อาจจะต้องอยู่หลายอาทิตย์เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสถานที่เกร๋ๆ เจ๋งๆ เยอะไปหมด สามารถสร้างไอเดียและแรงบันดาลใจได้ไม่รู้จบ New York เป็นเมืองที่มีสีสัน มีสไตล์ และไม่เคยหยุดนิ่ง ประทับใจและมีความสุขกับที่นี่และทริปนี้มาก ดีใจที่ยอมลงทุนทั้งแรงกายและแรงเงินเยอะขนาดนี้เพื่อให้ได้มานะ

IMG_9637A
ย่าน Meatpacking ซึ่งเต็มไปด้วยร้านรวงเกร๋ๆ ถ่ายจาก High Line ซึ่งก็เกร๋ไม่แพ้กัน

Goodbye New York, until next time 🙂

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s