เที่ยวญี่ปุ่นอย่างประหยัด พร้อมโจทย์การพาเพื่อนมาโตเกียวเป็นครั้งแรก!!

(รีวิวเลทมากมาย ขออภัย 😦 )

….

ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีอะไรประหยัดได้ก็ต้องทำ แต่บาปกรรมดันมาเจอตั๋วเครื่องบิน 0 บาท ที่ได้จองช้ามปีตั้งแต่ช่วงเงินยังมี จะทิ้งก็คงไม่ใช่ way ก็ต้องชดใช้กรรมกันไปสินะ ขอเที่ยวอย่างประหยัดก็แล้วกัน (ก็เห็นประหยัดตลอด 55)

IMG_6745
เห็นกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ฟูจิซัง 🙂

เนื่องจากเราไปญี่ปุ่นมาบ่อยแล้ว รอบนี้ก็เลยไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร เพราะไปที่เดิม จุดประสงค์ที่จองเพราะเพื่อนมาเที่ยวโตเกียวเป็นครั้งแรก ดั้งนั้นก็ต้องจัดสิ่งที่เป็นไฮไลท์ว่าชั้นมาถึงญี่ปุ่นแล้วนะ เช่น ฟูจิซัง นิกโกะ อะไรอย่างงี้ ซึ่งก็ไปมาหมดแล้วไง จึงขอเล่าในสไตล์เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัดก็แล้วกัน ตรงตาม concept เผื่อจะมีประโยชน์กับผู้ที่สนใจนะคะ 😉

IMG_6709
เย่ มาถึงแล้วญี่ปุ่น!

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นทริปประหยัด แน่นอนค่ะ เราบิน low cost ไปถึงนาริตะเช้าตรู่วันที่ 5 มีนาคม แล้วบินกลับเช้าวันที่ 12 มีนาคม รวมเวลาเที่ยวประมาณ 7 วัน เมื่อตารางเที่ยวทั้งหมดให้เราเป็นคนจัด จะทำยังไงให้ไปที่ที่เราเคยไป แล้วเราฟินเพื่อนก็ฟินด้วย อันนี้โจทย์ยาก ไม่พอก็ต้องประหยัดอีก เพราะเป็น concept ทริปของตัวเอง โอเค เราจึงสรุปได้ว่า

IMG_6657
เพื่อนมีความทุ่มเท เพื่อนนั่งถ่ายรูปในพงหญ้า…555

วันแรกจะอยู่ปักหลักเดินเล่นเล็กๆ ในโตเกียว ซื้อ Hakone Pass 3 วัน ราคา 8000 เยน เพื่อไปเที่ยว Hakone และ Fuji ในสองวันถัดไป ซึ่งคำนวนราคารถไฟ รถบัส กระเช้า ครูซ ทุกอย่างก็พบว่ายังคุ้มอยู่ (pass นี้ใช้ได้ 3 วันและครอบคลุมที่เที่ยวรอบทะเลสาบทั้ง 5) หลังจากนั้นก็ซื้อ Tokyo Wide Pass 3 วัน ราคา 10000 เยน เพื่อไปเยี่ยม Nikko หนึ่งวัน อีกวันล่องใต้ไป Kamamura แวบไปดูซากุระที่ Miura แล้วสุดท้ายขอไป Gala Yuzawa ไปสกีรีสอร์ทเป็นครั้งแรกของตัวเองและเพื่อนๆ ดูหน่อย อยากรู้ว่าเป็นยังไง อีกอย่าง Pass ก็ค่อนข้างโปรโมทเยอะ วันสุดท้ายค่อยซื้อตั๋วที่สถานีแบบทั่วไป คำนวนแล้วคุ้มกว่าซื้อ 1-day-pass Tokyo Metro หรือ + Toei Subway เนื่องจากสถานีรถไฟใต้ดินของ Tokyo Metro ไม่ครอบคลุมเท่าของ TOEI Subway สถานที่เที่ยววันนั้นก็ไม่ค่อยติดกับรถไฟใต้ดินด้วย ต่างกับวันแรกที่ลองใช้ 1-day-pass Tokyo Metro ในราคา 700 yen

IMG_6482
ขอเพื่อนมา ขอเถอะ snoopy ของช้านนน 😀

ในส่วนของที่พัก คืนแรกและคืนที่สองเราปักหลักอยู่ที่ hostel อันแออัด ขอที่ซุกหัวนอนแค่ชั่วคราว ส่วนอีก 5 คืนสุดท้าย เราจอง airbnb ได้ shared apartment มา ซึ่งโอเคมากเลยนะ ตกคนละประมาณ 700 บาทต่อคืน แม้ห้องนอนจะแคบมาก แต่ห้องครัว ก็กว้างใหญ่ทำอาหารไปหลายรอบ ห้องนั่งเล่นก็ดี พอให้นอนได้บ้างเป็นบางคราว 55

IMG_6485
อาหารทะเลปิ้งย่าง อร่อยดี ได้ฟีล

เรามาเริ่มกันเลยค่ะ

IMG_6564
เจอเพื่อนร่วมทางระหว่างนั่งกระเช้าไปกินไข่ดำ 🙂

เมื่อเครื่องแลนด์ สิ่งแรกที่ทำคือ พาเพื่อนๆ ไปกินข้าวปั้นเซ่เว่น เพราะการกินอาหารในร้านสะดวกซื้อ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำเมื่อมาญี่ปุ่นค่ะ จากนั้น เรารีบตรงไปซื้อ Tokyo Wide Pass แบบ 3 วัน ที่ออฟฟิสของ JR ในสนามบิน ดูแล้ววันอื่นไม่สามารถซื้อทัน จึงต้องเผื่อไว้ก่อน จากนั้นเราก็นั่งรถไฟเอกชนเพื่อไปยังที่พักของเรา และซื้อ Tokyo Metro 1-day-pass ณ สถานีที่ใกล้กับที่พัก เพื่อไปยังวัด Asakusa, Snoopy Museum (อันนี้ขอ) , และ Tokyo Tower คุณเพื่อนทำรีวิวเรื่องกินมา นางจึงพาไปกินร้านอาหารทะเลที่เปิด 24 ชั่วโมง จำชื่อไม่ได้แต่มีหลายสาขาค่ะ ก็ฟินกันไป แล้วก็ไม่ลืม แวบไปที่ Shinjuku เพื่อซื้อ Odakyu Pass (เดินหลง เดินหาอยู่นาน) ที่สำหรับใช้ในวันพรุ่งนี้ ตอนซื้อเสร็จได้เจอกับคุณลุงคุณป้า ที่อาสาเป็นไกด์ให้นักท่องเที่ยว เห็นแกพยายามคิดภาษาอังกฤษว่าพูดคำนั้นยังไง ก็นึกเอ็นดู น่ารักมากเลย เราก็เลยยืนฟังให้แกได้ทำหน้าที่จนจบ

IMG_6613
ทำหน้าไม่ถูก คือมันหนาวบาดเนื้อจริงๆ

วันต่อมาเราออกแต่เช้าเพื่อไปเที่ยว Hakone จุดหมายปลายทางที่ Kawaguchiko เริ่มต้นขึ้นรถไฟที่ Shinjuku โดยใช้ pass ที่ซื้อมาค่ะ ด้วยความงก เราไม่ได้นั่งรถไฟด่วน (ต้องซื้อเพิ่ม) เพื่อไปถึงจุดล่องเรือเลย แต่ขอนั่งรถเมล์ต่อรถไปเรื่อยๆ จนถึงที่ขึ้นครูซเพื่อล่องทะเลสาบ Ashi เสียดายที่วันนั้นฝนตกหนักมาก เราจึงไม่ได้เห็นความสวยของ Hakone ในแบบที่ควรจะเป็น (แบบนี้ต้องกลับมาแก้ตัว!) พอได้นั่งกระเช้าเพื่อไปกินไข่ต้มสีดำที่ Odawara ฝนก็ยังตกอากาศเย็นลมก็แรงอีก เรียกว่าไม่ใช่ Hakone ในฝันเลย เป็น Hakone แบบ Extreme สุดท้ายเราก็นั่งรถบัสหลายต่อมากๆ จนถึงเขต Kawaguchiko เห็น Fujisan โผล่มาทักทายค่อยอารมณ์ดีขึ้นหน่อย เราจบทริปวันนี้ด้วยการซื้อกับข้าวในมินิมาร์ทแล้วมากินรวมกันบนห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นกว้างขวางเพราะเค้าอัพเกรดให้ ฟีลดีมากมายแฮปปี้ฝุดๆ

IMG_6645
รอบที่สอง ที่มาแล้วท้องฟ้าปิด 😦

เช้าวันต่อมา เราไปกันที่เจดีย์ Chureito โดยนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shimo-Yoshida ที่ตัวเองเคยมาเมื่อสามปีที่แล้วแต่ท้องฟ้าปิด ในจินตนาการมันคือภาพฟูจิซังกับเจดีย์สีแดงย้อมแสงแดดโดดเด่น แต่ความจริงวันนี้ไม่ต่างกับสามปีที่แล้วเลย ไม่เห็นฟูจิซังเช่นเคย…โถ่

IMG_6697
แอบหนีเพื่อนมาหลบในสถานี ให้เพื่อนเผชิญความหนาวด้านนอก 555

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความเจริญค่ะ เมื่อก่อนสถานียังดูเล็กๆ ร้างๆ กว่านี้นะ แต่ช่างเถอะ เราเดินคอตกนั่งรถไฟกลับไปที่สถานี Kawaguchiko เช่นเคย เพื่อไปนั่งรถบัสทัวร์รอบทะเลสาบ Kawaguchiko และ ทะเลสาบ Saiko ที่อยู่ติดๆ กัน ซึ่งคุณฟูจิออกมาทักทายตลอดเวลา ซึ่งดี เราแฮปปี้ เพื่อนเราก็แฮปปี้ เมื่อกระหน่ำชัตเตอร์จนหนำใจก็ได้เวลากลับโตเกียวกันค่ะ ซึ่งเราใช้บริการ Chuo Highway Bus ที่จองที่นั่งมาล่วงหน้าจากเมืองไทยสะดวกดีแท้ (ไม่งั้นเสี่ยงเต็มนะคะ)

IMG_6767
ที่แท้แค่มือชา ไม่รู้เลยว่าน้ำเย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง -_-

เริ่มวันใหม่ที่โตเกียว เราเริ่มต้นทริปโดยใช้ Kanto Wide Pass ประเดิมที่ Nikko เป็นที่แรกเพื่อให้เพื่อนๆ ได้ฟีลการมาถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการค่ะ เพิ่มดีกรีอีกนิดด้วยการนั่ง Shinkansen ที่ไฮโซ ดูดี สะดวกสบาย เร็วมากๆ และแน่นอน มันคือสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นค่ะ 55 Nikko วันนี้ไม่ต่างจากวันนั้นเมื่อสามปีที่แล้ว แต่ที่แตกต่างคืออากาศกระมัง ก่อนเข้าต้องมีการล้างหน้า ล้างมือ บ้วนปาก ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น เราซึ่งเป็นหน่วยกล้าตายลองสัมผัสน้ำดูว่าเย็นหรือเปล่า ซึ่งก็คิดว่าปกตินะ แต่เพื่อนตาไวหันไปเห็นน้ำแข็งเกาะที่กระบวยตักน้ำ คล้ายๆรอยหินปูนในถ้ำ คุณพระ! นี่คืออากาศเย็นมากจนมือชา (555) ความสวยงามและบรรยากาศดีๆ ถูกลบเลือนไปด้วยอากาศที่เย็นสะท้านทรวง เราฝ่าแรงลมหนาวเพื่อไปดูรูปปั้นพระริมแม่น้ำที่อยู่ไกลจากเมืองหน่อย ซึ่งสวยนะคะ แต่กว่าจะฝ่ามาถึงจุดๆ นี้ได้ เรียกว่าต้องตายกันไปข้างนึง โชคยังดีที่เราเจอร้านราเม็งเล็กๆ สุดอร่อย และได้แวะคาเฟ่ที่มี workshop กระจกตกแต่ง ซึ่งดีงามมาก ก็พอได้มีฟีลดีกับการมาเยือนที่นี่หน่อยค่ะ

IMG_6783
ตอกย้ำความเย็น ความลมแรง 10 ระดับ บรึ๊ยย…

ก่อนกลับโตเกียวเราแวะเปลี่ยนรถไฟที่เมือง Utsunomiya ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเกี๊ยวซ่า (ทำไมเมื่อสามปีที่แล้วไม่ทราบ?) เกี๊ยวซ่ามากมายหลากหลายประเภทขึ้นป้ายชูหราในสถานีรถไฟ ทำให้เราผู้ซึ่งไม่รู้จักเกี๊ยวซ่าเท่าไหร่เห็นว่า เกี๊ยวซ่าจริงๆแล้วมีหลายแบบนะ คือมีหลายแบบมากจริงๆ ทำให้เราถึงกับต้องแหวกกระเพาะกินเกี๊ยวซ่าที่นี่ให้ได้! ไม่งั้นจะโดนล้อว่ามาไม่ถึงแน่นอน (555)

IMG_6982
ดังนักใช่มั้ย ต้องกินสิ เกี๊ยวซ่า

วันต่อมา เราไปตามลายแทงของเพื่อนที่บอกว่า มีเมืองเล็กๆ ใกล้กับชายฝั่งทะเลตอนใต้ของโตเกียว เป็นที่ดูดอกซากุระ นั่นคือเมือง Miura ใช้วิธีนั่งมาลงที่สถานี Kurihama แล้วจึงต่อรถไฟสายท้องถิ่น Keikyu Kurihama Line ไปลงที่ Miurakaigan เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆแต่น่ารักดีค่ะ มีป้ายบอกทางตลอดว่าซากุระอยู่ที่ไหน

IMG_7039
บ้านนี้แหละที่มีชั้นวางผักหน้าบ้าน กลับมาอีกรอบมีถังใส่ดอกไม้! น่าร๊าาก 🙂

เราเดินตามกลุ่มนักท่องเที่ยวอาวุโสไปเรื่อยๆ จนเจอต้นซากุระในตำนาน มันสวยอย่างงี้นี่เอง สวยจนอยากให้แม่มาเห็น เมืองนี้เป็นลักษณะชนบทหน่อยๆ ติดทะเล คนส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม เราเดินผ่านบ้านหลังนึงซึ่งมีชั้นวางผักขายหน้าบ้าน ราคาไม่แพง และน่ารักมากๆ ขากลับมีช่อดอกไม้มาเพิ่มอีก มันมีความรู้สึกว่า ทำไมน่ารักได้ขนาดนี้ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่มันคงเป็นวิถีคนที่นี่แหละ ก่อนกลับเราแวะซื้อซาซิมิและขนมปลาที่เราชอบ นั่งกินใต้ตั้นซากุระหน้าสถานี ฟีลดีอีกแล้วครับท่าน เพราะโครตอร่อย 😉 ขากลับเราแวะไปที่เมือง Kamakura พาเพื่อนไปไหว้พระใหญ่ ที่นี่เราเจอคาเฟ่เยอะมากๆ เจอร้านต้นไม้เก๋ๆ ด้วย ซึ่งไม่ได้ว้าวอะไรมากเพราะเคยมาเยือนแล้วเช่นกัน

IMG_7050
ซากุระะะะ 🙂

ความว้าวอยู่อีกวันนึง

IMG_7289
เย็นสบายจัง

วันนี้เรานั่ง Shinkansen อีกครั้งเพื่อไปเยือน Gala Yuzawa ที่โด่งดังเรื่องสกีรีสอร์ท ว้าวแรกคือท้องฟ้าสดใสมองเห็นฟูจิซังไกลๆ สักพักรถไฟก็ผ่านอุโมงค์นึงซึ่งรู้สึกว่าไกลมาก อยู่ๆก็ภาพตัดโผล่มายังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน เอ๊ะ! นี่มันเมือง Echigo Yuzawa คุณพระ! หิมะตก!!!! ไม่ได้เห็นหิมะมานานเท่าไหร่แล้วคะ รู้สึกตื่นเต้นมาก บ้านแต่ละหลังคือหิมะหนาเป็นฟุต ระหว่างที่กำลังตื่นเต้น อีกใจนึงคิดว่า ด้วยเสื้อผ้าที่เตรียมมาเท่านี้เตรียมตัวแข็งตายได้เลย 55…

IMG_7324
ฟินสุด เมื่อได้แช่ออนเซน ดูภูเขาหิมะท่ามกลางอากาศเย็นๆ แบบนี้ 🙂

เราใช้เวลาไม่นานในสกีรีสอร์ท เล่น sleigh จนหนำใจ เพราะไม่กล้าเล่น snowboard หรือ ski แต่พอเห็นว่า มีเพียงเด็กๆ ที่เล่น sleigh ก็รู้สึกเลยว่า ‘พลาด’ 55 อายจัง ไม่รู้ว่าทนความเย็นไม่ไหวหรืออายเด็ก เราจึงรีบลงมาแช่ออนเซ็นที่โรงแรมแห่งหนึ่งใกล้กับสถานีรถไฟ Echigo Yusawa มันเป็นอะไรที่ฟินมาก เพราะการได้แช่ออนเซ็นแล้วนั่งมองหิมะบนยอดเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ เป็นอะไรที่ดีต่อใจมาก เสร็จแล้วก็มาช้อปปิ้งของฝาก ชิมกันจนอิ่ม 55 เพราะเวลาเหลือเฟือเมื่อกลับโตเกียวเลยแวะไปเดินเล่นที่ Ueno ซึ่งชอบมาก ไปหลายรอบ เพราะเต็มไปด้วยสถานที่ช้อปปิ้ง ร้านอาหารก็ถูก ไม่พอยังมีส่วนที่ขายของสดอีก เพลินจ่ะ

IMG_7556
แสร้งว่าเป็นนักท่องเที่ยว กำลังถ่ายโปสเตอร์ 55

วันสุดท้ายเราเดินเที่ยวในโตเกียว เริ่มต้นที่ Harajuku ย่านนี้อย่างที่ทราบกันว่าเค้าแต่งตัวได้แนวสุดๆ สีสันมันสนชื่นสะดุดตาดีแท้ แต่พอข้ามถนนมาปุ๊บ ภาพตัด… นี่คือทางเข้าศาลเจ้า Meiji Jingu ค่ะ เราว่ามันคือความย้อนแย้งอย่างน่าประหลาดระหว่างความสงบเงียบและความสนุกสนานที่ห่างกันเพียงฟากถนน ยิ่งเดินลึกเข้าไปในศาลเจ้าก็ยิ่งสงบ ความเขียวร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ยิ่งทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ยังแปลกใจว่าความแตกต่างอย่างสุดขั้วมาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร

IMG_7591
ชอบที่นี่มาก ศาลเจ้าเมจิ ที่ฮาราจูกุ

ปรัชญากันพอแล้วเราไปต่อที่ตึก Pasona ที่อยากไปมานานแล้ว ที่นี่เค้าปลูกต้นไม้ในสำนักงานอย่างจริงจังและอยู่กับมันได้อย่างสบายๆ คือดีอ่ะ หลังจากนั้นเราก็เดินเลียบแม่น้ำ Sumida ไปเรื่อยๆ และจบทริปที่การขอพรเรื่องความรักที่ศาลเจ้าแมว Imado อันเลืองชื่อ 555 เป็นอันว่าจบทริปสมบูรณ์กับที่สุดท้ายนี่แหละ 555

IMG_7387
ถ้ามีไม้ จะกระทุ้งส้มมากิน แน่นอน 55 😀

สรุป ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 30000 บาท รวมทุกอย่าง ทั้งค่าเครื่อง ค่าที่พัก ค่าพาสต่างๆ ค่าเดินทาง ค่ากิน ยกเว้นค่าช้อปของแต่ละท่าน ข้อเสียเดียวของทริปนี้คืออากาศที่เย็นมหาโหด แล้วเตรียมเสื้อมาแค่อากาศชิว ซึ่งเป็นอะไรที่ทรมานสุดๆ เมื่อเดินทางมามากเราจะรู้ว่า การที่ทำให้ร่างกายเราอบอุ่นอยู่เสมอ เป็นอะไรที่ดีที่สุด เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและเพื่อให้การเที่ยวของเราแฮปปี้ที่สุดนั่นเองค่ะ 🙂

แล้วพบกันรอบหน้า…ที่อเมริกา วู้ฮู ^^

SaveSave

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s