ใครอยากไปทริปแสวงบุญที่อินเดีย ฟังทางนี้

img_2329-copyการเดินทางไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่ชาวพุทธหลายๆ ท่านอยากมีโอกาสไปเยือนและไปสักการะสักครั้ง เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต เราก็เพิ่งกลับมาค่ะ เลยอยากแบ่งปันประสบการณ์สำหรับทุกคน ทั้งที่เคยไปแบบเรา และทั้งที่ยังไม่เคยไป

เรื่องแรกคือ การเตรียมใจ

สำหรับคนที่มีประสบการณ์ไปอินเดียและไม่เคยไป อาจมีการเตรียมใจที่แตกต่างกัน เราก็เช่นกัน เราเคยเห็นความสกปรก เสียงแตร ขอทาน ฝุ่น ขยะ ขี้วัว และสิ่งไม่น่ารื่นรมย์ต่างๆ มาแล้ว แต่ทำไมรอบนี้มันไม่ชินสักที (ฮาๆ) หลายครั้งต้องรีบหาที่หลบภัยให้ตัวเอง กลับห้องมาอาบน้ำนอนแล้วเตรียมพร้อมสู้รบปรบมือกับเรื่องพวกนี้ใหม่ในวันรุ่งขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่เคยไป อยากให้เตรียมใจไว้มากๆ นึกถึงพระพุทธศาสนาว่าสิ่งเหล่านี้มันมีขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีอะไรจีรัง พยายามมองทุกสิ่งเป็นการสอนตัวเอง ให้ปล่อยวาง อะไรประมาณนี้นะ จะช่วยได้มาก (ฮาๆ)

สอง เตรียมของ

เนื่องจากเราต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายตลอดเวลา ทั้งมลภาวะทางเสียง ทางอากาศ ทางสายตา หรือมลภาวะทางเท้า (ต้องมองให้ดีเวลาเดิน) ดังนั้น ส่ิงใดสามารถป้องกันได้ให้เตรียมไปค่ะ ผ้าปิดจมูก ยาดม หยูกยาแก้วิงเวียน แว่นตา หมวก หูฟังสำหรับฟังเพลงกลบเสียงแตร แอลกอฮอล์เช็ดมือ ทิชชู่เปียก เหล่านี้คือภายนอก ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและฤดูกาลอีกว่าไปช่วงไหน สิ่งที่ต้องเตรียมต่อมาคืออาหารแห้ง โดยเฉพาะสิ่งที่กินแล้วมันแก้เลื่ยนแก้เวียนหัวได้ มะขามสามรส หมากฝรั่ง ลูกอมรสมะนาวอะไรอย่างงี้ ถั่วต่างๆ ก็ดีนะ โจ๊กหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำ น้ำพริกแห้ง จะช่วยได้มากถ้าวันไหนเกิดเบื่ออาหารอินเดีย เบื่อกลิ่นแขกค่ะ ถ้าให้ดีอีกอย่างขอให้เอาแก้วกาแฟ หลอด ถ้วยช้อนพลาสติกไปด้วยจะดีมากค่ะ เพราะของเค้าชอบล้างไม่เกลี้ยง

 

สาม เตรียมแผนการเดินทาง

คนไทยปกติชอบไปกับทัวร์ ก็คงไม่ต้องเตรียมอะไร ส่วนเราชอบไปเองก็เลยต้องเตรียมแผนเดินทางกันเอง จะเลือกเดินทางโดยรถไฟ หรือเช่ารถพร้อมคนขับก็แล้วแต่ระดับการลุยของแต่ละคนค่ะ เราเลือกเช่ารถพร้อมคนขับซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เคยพาเราไปเที่ยวทัชมาฮาล คุณพี่มิสรา บริการดีประทับใจ ราคาถูกอีก ตกวันละ 2000 บาท ต่อรถเก๋ง 1 คัน เลยเลือกแบบนี้เพราะเราสามารถปรับแผนได้หมด และมั่นใจว่าเรามีคนอินเดียที่ไว้ใจได้ตลอดทั้งทริป บางครั้งเป็นไกด์ให้อีก ดีงามค่ะ
-เล่าแผนการเดินทางคร่าวๆ
เราเริ่มจาก Varanasi ไปล่องเรือในแม่น้ำคงคาก่อน แล้วแวะไปที่ Sarnath ที่ที่พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นครั้งแรก เพราะมีพระสงฆ์รูปแรกจากการปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้า จากนั้นไป Bodhgaya ไปสักการะสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ขึ้นเหนือไป Rajgir ซึ่งมีภูเขาคิชกูฏอันมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพุทธศาสนามากมาย แวบไป Nalanda ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาที่เก่าแก่และสำคัญมากในอดีต ไป Venuvan วัดแห่งแรกในพุทธศาสนา จากนั้นขึ้นต่อไป Vaisali สถานที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุ และ Kushinagar สถานที่ปรินิพพาน แล้วจึงขึ้นต่อไป Lumbini ประเทศเนปาล ซึ่งเป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้า แล้วก็ยิงยาวกลับมา Varanasi แทนที่จะไป Sravati อย่างที่ตั้งใจ เพราะอยากมาชิวมาช้อปปิ้งในพาราณสีให้มากกว่านี้ เราใช้เวลาไปแปดวันค่ะ

 

สี่ เตรียมเอกสาร

อินเดียยังต้องใช้วีซ่า สำหรับกฎใหม่นี้ (ปี 2016) ต้องไปเสนอหน้าเพราะต้องถ่ายรูปและเก็บลายนิ้วมือค่ะ แต่พอเราทำพวกนี้ไปแล้ว ครั้งหน้าจะไปอินเดียอีกก็สามารถฝากคนอื่นมาทำแทนได้เลย เพราะมีข้อมูลเราในระบบแล้ว เลือกประเภท double หรือ multiple นะ เพราะต้องเข้า-ออกสองรอบ อย่าเลือกแบบ single เป็นพอ เอกสารที่จำเป็นดูในเว็บเอาแล้วกันนะ ทำไม่ยากเลย ส่วนวีซ่าเนปาลสามารถทำแบบ visa on arrival ได้ที่เขตแดน เตรียมรูปถ่ายไปด้วย เสียคนละ $25 (อยู่ได้ตั้ง 15 วัน) แต่ต้องเป็นแบงค์ US ที่ไม่มีรอยหมึก รอยปั้มนะ เราโดนมาแล้ว ดีที่มีนักท่องเที่ยวใจดีให้แลกแบงค์ ไม่งั้นล่ะลำบากอีก ส่วนการแลกเงิน จะบอกว่าช่วงที่เราไปเค้าเพิ่งยกเลิกแบงค์ 500 และ 1000 รูปี ทำให้การใช้จ่ายค่อนข้างลำบากค่ะ แลกตังที่สนามบินกลับได้การ์ดมารูด อย่างกับว่าทุกร้านอาหารทุกโรงแรมมันจะรับบัตรนั่นแหละ จะกดตังที่ตู้ ATM ก็รอคิวไปเถอะ ดีที่คุณพี่มิสราเราช่วยเหลือทุกอย่างเต็มความสามารถ แกแลกแบงค์เล็กมาเพียบเลย สบายแฮ แม้เงิน US จะใช้ได้ เรทก็ดี แต่เชื่อเถอะมันต้องใช้เงินรูปีในร้าน local บ้างค่ะ ส่วนเงินไทย เราเตรียมไปทำบุญอย่างเดียวเลย หลังๆ ช้อปหนักเกินก็เอาไปแลกรูปีต่อ ไปกี่ทีไม่เคยมีตังพอช้อปเลยค่ะ 😛 เพิ่มเติมเรื่องเอกสาร เวลาเข้าสนามบินเค้าจะตรวจเข้มมากกก กรุณาปริ้นท์ตั๋วไปทุกครั้งเค้าจะมีทหารยืนคุมทางเข้าขอดูเอกสารเลยล่ะ

 

ห้า เตรียมไว้จะได้สบาย
อันนี้เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่เราเจอแล้วอยากให้ทุกคนเตรียมพร้อมไว้ก่อน –หนึ่ง เตรียมกินมังสวิรัติ การหาเนื้อสัตว์นั้นเป็นเรื่องไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก แม้คนส่วนใหญ่เค้าจะกินมังฯและของหวานเป็นกิจวัตร แต่ถ้าคุณเห็นเค้าหักคอไก่ริมถนนแล้วล่ะคงกินไก่ไม่ลง มันเหม็นคาวทะลุกระจกรถเลย มันดูไม่สะอาดอ่ะ สักพักเห็นหมูหมาไก่วัวแพะรุมกินขยะริมทาง มันจะเกิดอาการเบื่อเนื้อสัตว์แบบอัตโนมัติเลย –สอง อ่านเงื่อนไขที่พักให้ละเอียด อันนี้ขำมาก เราพัก guesthouse ในพาราณสีโดยที่ไม่ทราบว่าเค้าเคร่งกินมังฯมากๆ เพื่อนเราเอาไข่ต้มไปกิน จากที่คุยกับป้าเจ้าของบ้านดีๆ ป้าแกเกือบไล่ออกจากบ้าน รีบหาถ้วยพลาสติกมาให้กินแยกจาน แถมสั่งให้เอาเปลือกไข่ไปทิ้งที่อื่นอีก จากที่ nice กับเรา กลายเป็นป้าโหดเลย (ฮาๆ) โป๊ะแตกอีกเมื่อเราพักโรงแรมในพุทธคยา ซึ่งอยู่ในรัฐพิหาร เราเรียกเด็กให้เอาเบียร์ไปแช่เย็นให้หน่อย นางอิดออดเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตาม แล้วบอกทีหลังว่ารัฐนี้เค้าห้ามกินเบียร์นะ เค้าจับเข้าตาราง….เอ่อ….  สุดท้ายเราต้องหอบกระป๋องเบียร์นั้นกลับมาทิ้งที่พาราณสีเพราะอยู่คนละรัฐกัน ค่ะ –สาม ที่วัดพุทธคยาตำรวจเข้มมากกกก พึงระวังถ้าจะเอามือถือเข้าไปถ่ายรูปนะคะ แอบให้เนียนล่ะ (ฮาๆ) –สี่ ต่อมันเข้าไป สาวๆนักช้อปอย่าได้กลัว ต่อไปเลยไม่ใช่แค่ครึ่งราคา แต่ต้องหนึ่งในสามค่ะ! –ห้า อย่ากินของข้างทางถ้าใจไม่กล้าพอ ‘ผลไม้’ ยังพอทนเพราะมันมีเปลือก ‘ถั่วคั่ว’ ก็พอไหว แม้จะกินแล้วเจ็บคอ ปอกเปลือกถั่วก้มมาดู มือนี่แดงเลยเพราะเค้าไม่ล้างเปลือก ‘ขนม’ มีอยู่หลากชนิด ส่วนใหญ่ถ้าไม่ทอดก็จะหวานมากๆ แบบแช่น้ำเชื่อมมาเลย หรือทั้งทอดทั้งหวาน (ฮาๆ) เป็นคนอินเดียนี่เสี่ยงหลายโรคเลยอ่ะน่าสงสาร ไม่พอเค้าเอากระดาษหนังสือพิมพ์มารอง แล้วใส่ถุงดำยื่นให้เราอีก เอิ่ม..ค่ะ..พอกันที ‘โยเกิร์ต’ ไม่รู้ว่าเค้าเรียก curd หรือ lassi แต่มันคือนมที่ต้มแล้วให้มันแข็งตัวนิดๆ กินในถ้วยดินเผา โรย spice บางอย่างด้านบน รสชาติคือนมบูดดีๆนี่เอง แต่อร่อยนะ (ฮาๆ) –หก เตรียมตังไปช้อปยาและผลิตภัณฑ์ Himalaya อันนี้ไม่ได้ค่าคอมฯค่ะ แต่ชอบมาก ของเค้าดี ราคาก็ถูก ฟินมากกกก แนะนำให้ไปหาซื้อในห้างที่พาราณสีก็ได้ มันยังพอมีความเจริญอยู่บ้าง ไปรัฐอื่นไม่รู้เค้าซื้อที่ไหนค่ะ หาไม่เจอไปซื้อที่สนามบินพาราณสีก็ได้ค่ะ
img_2332-copy
 หก เตรียมคำพูด
นี่คือสิ่งสุดท้ายที่เราอยากบอก โดยเฉพาะคนที่เรารักทุกคน ว่า อย่าไปลำบากเลยนะ (ฮาๆ) มันอาจจะดูขำๆ แต่ให้เรากลับไปอีกรอบ ก็คงต้องคิดแล้วคิดอีก ถามว่าอิ่มบุญมั้ย ก็รู้สึกดีมากๆนะ ดีที่สุดคือการได้บอกบุญทุกคน ดีอีกอย่างคือเราได้เป็นส่วนนึงที่ได้ทำนุบำรุงศาสนาพุทธ และดีต่อใจที่เราได้ทำตามเป้าหมายที่วางไว้ ถ้าได้ไปมันก็ดีค่ะ แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้ใครไปลำบากเหมือนที่เราเจอ กลัวเค้าจะรับไม่ได้สติหลุดกระเจิงอะไรทำนองนี้ (ฮาๆ) นึกแล้วสงสารค่ะ

 

อีกไม่นานจะมีรีวิวทริปแบบละเอียดนะคะ เผื่อเป็นประโยชน์ต่อคนที่อยากไปแบบนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

 

ธรรมะสวัสดี 🙂
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s