หมูย่างเขมร

เคยกินหมูย่างที่เขมรมั้ยคะ? รสชาติคงไม่ต่างกับบ้านเราเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ที่ถามนี้คือไม่ได้หมายความตามที่บอกหรอก แค่จะเปรียบเปรยว่าดิชั้นร้อนและไหม้เกรียมเหมือนหมูย่างข้างทางในต่างแดนเท่านั้นเอง 😛

ภาพแกะสลักอย่างสวยใน Prasat Kravan

ตั้งใจมากว่าสักวันหนึ่ง เราจะไปเยือนดินแดนนครวัดนครธมให้ได้ เพราะได้รับข้อมูลมาจากหนังสือและนักเขียนหลายๆท่านทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะประโยคเด็ดที่ว่า …see Angkor Wat and die… เห้ย มันขนาดนั้นเลยเหรอ ไอ้เราก็อยากจะรู้นักว่ามันจะสวยสักแค่ไหนเชียว ได้โอกาสก็ขอแวบไปให้เห็นกับตาหน่อยเถอะ

รถตุ๊กๆ ประจำตำแหน่ง จะบอกว่าเค้าขับรถกันมั่วมาก ไม่ค่อยมีไฟแดง แต่ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุแฮะ

เมืองที่ดิชั้นเดินทางไปเรียกว่า เสียมเรียบ นั่นคือเมืองที่สยามแพ้ราบคาบนั้นเองค่ะ แต่เราจะไม่ต่อวิชาประวัติศาสตร์กันไปมากกว่านี้ค่ะ จริงๆแล้วตัวเองเรียกเมืองนี้ว่า เสียมราฐ ซึ่งก็ดูเข้าข้างประเทศตัวเองไปหน่อยว่า สยามเราคงไม่ได้ราบเรียบราบคาบอย่างที่เค้าบอก แต่คงเป็นสยามรัฐ หรือเมืองสยามเมื่อก่อน แต่ช่างมันเถอะค่ะ ฮาๆ เมืองนี้นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯไปไม่ถึงชั่วโมง แต่ถ้านั่งรถบัสไปก็ใช้เวลาเกือบ 8 ชั่วโมงเลยค่ะ เพราะฝรั่งต้องมาเข้าคิวทำวีซ่า แล้วขับรถในกัมพูชาก็เร็วมากไม่ได้ ถึงจะใกล้มากๆ ก็เหมือนไกลค่ะ (ฮาๆ) หลายๆท่านอาจยังไม่ทราบว่าทาง บขส. มีรถบัสตรงจากหมอชิตไปเสียมเรียบเลยค่ะ ซึ่งถูกและสะดวกมากๆเลย ขาไป 750 บาท ขากลับ $28 เหมาะมากสำหรับ backpacker อย่างดิชั้นค่ะ (จริงๆเพราะไม่มีตังมากกว่า :P)

img_7502
ยำเนื้อ อาหารเขมรอร่อยมากนะ พูดเลย 🙂

ด้วยความที่เป็นหญิงเดี่ยว ลุยคนเดียวคร่าา เพื่อนๆดิชั้นคือกังวลมากๆว่าชั้นจะรอดมั้ย? มีไลน์มาถามความห่วงใยตลอด น่ารักจริงๆ 🙂 ส่วนตัวคิดว่าเสียมเรียบค่อนข้างปลอดภัยนะคะ เป็นเมืองเล็กๆค่ะ เล็กกว่านครวัดนครธมเสียอีก ผู้คนก็น่ารักมากๆ ที่โรงแรมนี้คือบริการดีมากๆ แม้ว่าราคาห้องหรือระดับดาวไม่ได้มากอะไรเลย อาหารก็อร่อยค่ะ (เรื่องนี้ไม่พลาดที่จะลอง อิอิ) ใจก็คิดว่าตัวเองค่อนข้างกล้ามาก ที่มาคนเดียว แอบกลัวค่ะ แต่เราก็กังวลได้ไม่นานเพราะเจอคนไทยอีกคนบนรถบัส ผู้หญิงมาคนเดียวเหมือนกันแถมยังอายุเท่ากันอีก จริงๆแล้วเราเป็นเพียงคนไทยสองคนบนรถบัสค่ะ ระหว่างทางก็คุยภาษาปะกิดกับเพื่อนข้างๆจนคอแห้ง แนะนำเลยค่ะใครอยากมาฝึกภาษาอังกฤษในราคาประหยัด (ฮาๆ) เอ้อนะ ดีใจค่ะพี่มีเพื่อนกินข้าวแล้ว อย่างน้อยวันแรกในเขมรก็ไม่โดดเดี่ยวนัก 😀

img_7495
ที่พักค่ะ ตอนเช้าๆ พนักงานเค้ามานั่งพับดอกบัวกัน น่ารักดีค่ะ

ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดิชั้นจองโรงแรมไกลจากตัวเมืองมากมายค่ะ ไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบแฮงเอ้าท์อย่างข้าพเจ้า เพราะต้องเสียตังค์นั่งรถตุ๊กๆกลับโรงแรมตั้ง $3 จากตัวเมือง แต่ขาไปฟรีค่ะ คืนแรกเราไปกินข้าวกันที่ร้าน Banana Leaf จะบอกว่านักร้องที่นั่นร้องเพราะมากค่ะ ปลื้มจิต พอจะสั่งอาหาร หน้าคุณเพื่อนลอยมาค่ะ เค้าชอบว่าดิชั้นว่ากินอะไรซ้ำๆ มาเขมรแล้วก็ยังอยากกินพิซซ่ากินอาหารอินเดียอีก ทำไมไม่กินของท้องถิ่น ด้วยความแค้นเราก็เลยลองเบอร์เกอร์เนื้อจระเข้เลยค่ะ! (ว่าแต่ว่าเพื่อนเราผิดอะไร เราบ้าไปเอง ฮาๆ) ซึ่งรสชาติดีทีเดียวค่ะ เหมือนเนื้อไก่ 🙂 จริงๆเพิ่งทราบทีหลังว่าเนื้อจระเข้ไม่ใช่อาหารพื้นเมืองของที่นั่นค่ะ (อ่าว!)

img_7388
ปราสาท Beng Mealea ที่อยากมา เหมือนอยู่ในป่าเลยค่ะ

ดิชั้นแพลนมาเยือนเสียมเรียบแบบ full option ค่ะ แปลว่า ชั้นขอมาให้เห็นปราสาท วัด เจดีย์ และนครวัดนครธมแบบ 3 วันเต็ม โดยวันแรกจะไปเยือนที่ไกลๆก่อน มี Prasat Beng Mealea และเมืองหลวงเก่าที่เรียกรวมว่า Rolous group วันที่สองไปทัวร์ดูวัดแถวๆนครธมในส่วน grand tour รวมที่ไกลจากเมืองคือ Banteay Srei และ Kbal Spean ไปด้วย และวันสุดท้ายค่อยไปดูดวงอาทิตย์ขึ้นที่ Angkor Wat และเที่ยวรอบ Angkor Thom ซึ่งเค้าจะเรียกว่า small tour ในส่วนนี้จะมี Ta Prohm หรือสถานที่ถ่ายทำ Tomb Rider และ Prasat Bayon ที่มีหน้าคนเยอะๆอ่ะค่ะ concept คือขอดูจากที่ไกลๆ เก็บวัดรอบๆ ให้หมด แล้วค่อยไปดู highlight วันสุดท้ายนั้นเอง เราจะได้ตื่นเต้นทุกที่ที่เห็น ไม่ใช่เห็น highlight วันแรกแล้ว วันอื่นก็หมดสนุก ไรงี้

img_7734
Ta Som temple ชอบภาพนี้มากกว่าภาพที่เค้าถ่ายๆกัน

Prasat Beng Mealea นี้อยากไปเพื่อสนอง need ตัวเองค่ะ คือเห็นรูปในเน็ตแล้วอยากเห็นของจริง นักท่องเที่ยวไม่ค่อยไปเพราะมันไกลมากๆ เราพูดถึง 65 กิโลนะคะ แล้วนั่งตุ๊กๆ ไปบอกเลยว่าเกือบๆสองชั่วโมงค่ะ ไปกลับก็สี่เข้าไปแล้ว ความสวยเหรอคะ ก็ถือว่าโอเคนะ แต่จะดีกว่าถ้ามอสที่เกาะตัวปราสาทเป็นสีเขียวๆ มันจะดูน่าค้นหามากกว่านี้ค่ะ สรุปคือภาพในเน็ตสวยกว่า แต่คุ้มกับที่นั่งรถมาโดนไอร้อนๆและฝุ่นคละคลุ้งตลอดสี่ชั่วโมงมั้ย อันนี้ขอคิดดูก่อนค่ะ ฮาๆๆ ก่อนกลับโรงแรมในสภาพอ่อนแรงและไหม้แดด เราก็แวะวัดใน Rolous group ประกอบไปด้วย Prasat Lolei, Phreah Ko และ Prasat Bakong ตรงจุดนี้เค้าเป็นเมืองหลวงเมื่อก่อน ก่อนที่จะย้ายไปที่นครวัดนครธมค่ะ ดังนั้นมันจะเก่าแก่กว่า ความสวยก็โอเคเลยค่ะ ทำให้เราเห็นว่าคนเมื่อก่อนนิไม่ธรรมดาเลย ชอบค่ะ ได้เวลาบ่ายสองโมงเท่านั้นทัวร์วันแรกก็จบลง ดิชั้นซมซานกลับโรงแรมทันทีเพราะร้อนและแสบผิวมากๆ ปกติเป็นคนลุยๆ แต่นี้ขอกลับมานอนตากแอร์ก่อนค่ะ ไม่ไหวจริงๆ 😛

Night out ที่ Temple Club มันส์มากกกกกก

หลังจากกลับมานอนพักผ่อนแล้ว พลังก็กลับมาค่ะ (แต่หน้ายังแสบเหมือนเดิม ฮาๆ) เราไปเดินสำรวจเมืองเสียมเรียบกับเพื่อนใหม่ นางต้องกลับพรุ่งนี้แล้วก็เลยเดินช้อปปิ้งหาของที่ถูกใจก่อนกลับ ไปๆมาๆ ดิชั้นซึ่งยังอยู่ต่ออีกหลายคืนกลับได้ของมามากมายทีเดียว อันนี้ไม่รวมถึงวันอื่นๆอีกนะคะที่ตังหมดแล้วก็ยังขอรูดบัตร (ฮาๆ) ของถูกดีและค่าครองชีพโอเคเลย โดยเฉพาะราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ (ฮาๆ) เราลองกินอาหารเขมรกันซึ่งบอกว่าอร่อยมากค่ะ ถูกใจเลย ไม่พอเราเลยลอง night out ในผับชื่อดังของที่นั่น บอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆค่ะ เพราะเป็นเพลงในแบบที่ชอบ แถมเหล้าก็ราคาไม่แพงอีก ฟินค่ะ 🙂 ช่วงหลังๆที่ต้องมาเองลำพังเลยไปลองพิซซ่าและอาหารอินเดียอย่างที่ได้ตั้งใจไว้ และยังลองไปนั่งคาเฟ่ชิวๆที่นั่นอีก ฟีลดีค่ะ แต่จะดีกว่านี้ถ้าทุกร้านเค้าจะติดแอร์นะคะ ดิชั้นเหมือนกำลังนั่งกินข้าวในซาวน่ายังไงยังงั้น 😛

Kbal Spean น่าทึ่งที่สุดค่ะ แล้วก็เหนื่อยสุด

วันที่สองนี้คือโหดสุดๆค่ะ ไม่รู้เลยว่าเราต้องเจออะไรกระทั่งเราไปอยู่ที่ Kbal Spean มันคือน้ำตกที่เต็มไปด้วยรูปสลักต่างๆ ไม่ขอเล่าประวัติศาสตร์นะคะไม่รู้เลยว่ามีอะไรบ้างหรือมีความหมายว่าอะไร แต่มันคือความอัศจรรย์ค่ะ ได้ยินว่าเมื่อก่อนมีกษัตริย์ตั้งเมืองอยู่บริเวณนี้ เพราะเป็นบริเวณต้นน้ำที่ศักดิสิทธิ์ เค้าก็เลยเพิ่มความศักดิสิทธิ์เข้าไปอีกด้วยการแกะสลักน้ำตกซึ่งกินบริเวณกว้างมากๆ แล้วที่บอกว่ามันอัศจรรย์มากๆ เพราะเราต้องนั่งรถมาไกลมากๆ ไม่พอก็ต้องเดินขึ้นเขาขึ้นไปอีก 1.5 กิโล! โอ้พระเจ้า เหนื่อยมากกก พูดเลย 😛 เสียดายที่เราไปช่วงแล้งเลยไม่มีน้ำ เอาจริงๆ คือผิดเองแหละที่มาช่วง low season ทั้งร้อนทั้งแล้ง 😦

img_7647
ส่วนหนึ่งของงานแกะสลักใน Banteay Srei สีชมพูสวยงามและยังคงสมบูรณ์

หลังจากนั้นเราก็ไปเยือนวัดและปราสาทต่างๆ ประกอบไปด้วย Banteay Srei ที่นี่สวยดีค่ะ ตอนเดินเข้าไปนึกว่าเค้าเอาป้าย cut out มาวางไว้หน้าประตูเพื่อป้องกันงานแกะสลัก เพราะมันนูนออกมาแล้วก็เห็นงานชัดมาก นอกนั้นเราก็ไป Pre Rup temple, Eastern Mebon, Preah Khan temple, Neak Pean และ Ta Som temple ที่ Ta Som นี้มีต้นไม้ใหญ่ขวางทางออก เหมือนเป็นน้ำจิ้มก่อนไปดู Ta Prohm ซึ่งก็ถือว่างดงามทีเดียวค่ะ ชอบ Preah Khan เพราะเค้าบอกว่าผนังที่เป็นรูๆนี้เมื่อก่อนเค้าฝังเพชรนิลจินดา พอนึกตามแล้วภาพมาค่ะ โอโห้ เมื่อก่อนนี้คงสวยสุดๆอ่ะ ที่พอรู้เรื่องเพราะเดินตามไกด์คนอื่นนะ ฮาๆ

โถงห้องกลางวัด Preah Khan คิดดูว่าจุดๆในผนังแทนที่ด้วยเพชรพลอยจะเป็นไง?

วันสุดท้ายเราตื่นแต่หัวรุ่งเพื่อไปดูดวงอาทิตย์ขึ้นตอนตีห้าค่ะ จะบอกว่าร่างกายยังอ่อนล้าจากการเดินขึ้นเขา การนั่งรถตุ๊กๆตากลมร้อนตากฝุ่น และการเดินตากแดดที่สั่งสมมาสองวัน แต่เราต้องสู้ต่อไปเพื่อ highlight ของทริปนี้ค่ะ เย่! ภาพจริงตัดมาที่เรากำลังทรมานกับผิวหน้าที่แสบร้อน คอและแขนที่ขึ้นผื่นร้อนคัน และอาการเจ็บกล้ามเนื้อขาที่ไม่มีทีท่าว่าจะหาย เพราะต้องเดินขึ้นลงวัด เจดีย์และปราสาทที่สูงชัน แต่ละขั้นบันไดก็อ่ะนะ ไม่ได้ทำไว้ให้คนธรรมดาขึ้นค่ะ เพราะมันแคบ ชัน แต่ละขั้นก็ห่างกันมาก อันนี้ดิชั้นไม่เข้าใจเลย ยังดีที่ส่วนใหญ่เค้าทำบันไดใหม่ให้นักท่องเที่ยวค่ะ แต่ที่ที่ไม่ได้ทำล่ะ?

Ta Keo temple ชันสุดๆ ปีนขึ้นจะดีกว่าค่ะ

โอเค ตัดภาพมาที่นครวัดค่ะ เค้าบอกว่ามันอลังการและสวยมาก มันก็จริงนะคะ แต่ไม่ได้อินเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะอาการเจ็บปวดที่ได้กล่าวมาส่วนหนึ่ง และอาจเป็นเพราะประสบการณ์ที่เคยเห็นอะไรที่อลังการๆมามากกว่านี้ก็ได้มั้งคะ ตอนนั้นคิดอย่างนี้นะ แต่ถ้าให้คิดอีกทีอาจเป็นเพราะเราเหนื่อยล้ามามากก็เป็นได้ค่ะ ก็เลยไม่ชื่นชมกับความงามตรงหน้าเท่าที่ควร (ฮาๆ) ถัดไปเราก็เข้าไปในเขตนครธม อันนี้ชอบมากๆคือ Bayon ภาพของสถานที่ตรงหน้าทำให้เราอึ้งไปชั่วขณะค่ะ มันรู้สึกถึงแรงดึงดูดจากสิ่งลี้ลับ ภาพยอดปราสาทที่เต็มไปด้วยใบหน้าคนมันแปลก ดูน่าค้นหา น่ากลัวนิดๆ แต่ก็สวยมากๆนะ ความรู้สึกมันผสมผสานไปหมดจนกลายเป็นความตื่นเต้นและตื่นกลัว บอกไม่ถูกจริงๆ ต้องมาดูเองค่ะ 😀 จากนั้นเราก็ไปดู Baphuon, Phimeanakas, Elephants Terrece, Thommanon, Chau Say Tevoda temple, Ta Keo, Ta Prohm, Banteay Kdei, Srah Srang, และ Prasat Kravan เหมือนจะเยอะแต่จริงๆมันอยู่ติดๆกันและเล็กมากค่ะ แต่ละที่ก็สวยดีแต่ไม่ได้ตื่นเต้นมากค่ะ ยิ่งการไปดู Ta Prohm ชื่อดัง ซึ่งควรจะชอบเพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่มากขึ้นมาปกคลุมบริเวณวัดและตัววัด แต่มันดูทรุดโทรมมาก คนก็เยอะเกินไป หมดอารมณ์เลยค่ะ (ฮาๆ)

Ta Prohm เหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกนึง

วันนี้ทริปจบลงตั้งแต่ 12.30 ทำลายสถิติโลก (ฮาๆ) ไม่พอเราเองก็อยากให้จบไวๆด้วยเพราะอยากกลับไปตากแอร์เต็มที ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ บางที่นี้คือแวบมาถ่ายรูปแล้วกลับ ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเหมือนกับวันก่อนหน้าเท่าไหร่ สรุปได้ว่าเราคงเหนื่อยเกินไป ร่างกายมันไม่โอเคแล้วก็ได้ค่ะ 🙂

ชอบที่สุด Prasat Bayon

ทริปนี้ได้อะไรมาเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะผิวหน้าที่เริ่มหลุดลอก ผื่นคัน และความดำ (ฮาๆ) แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด ที่เป็นอีกหนึ่งรูปธรรมก็คงจะเป็นเพื่อนใหม่ด้วยค่ะ 🙂 ชอบตอนที่เราได้พูดคุยกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่เจอบนรถบัส พนักงานที่โรงแรม คนขับรถตุ๊กๆ ไกด์ที่เจอที่ปราสาทสักแห่ง หรือนักท่องเที่ยวที่เจอระหว่างทาง มันรู้สึกดีค่ะ ถ้าเป็นนามธรรมอย่างอื่นอย่าให้บอกเลยค่ะ เยอะแยะไปหมด ประสบการณ์อย่างนึงล่ะ ดีใจที่เรากล้าไปท่องโลกกว้างอีกครั้งตามลำพัง ทำให้เรารู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น กล้าทำตามฝันที่ตั้งใจ ทำให้รู้ว่าไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ถ้าเราได้ลงมือทำมันจริงๆ ไม่ใช่แค่คิดอย่างเดียว แต่ก็ไม่ได้ฝันว่าจะมา see Angkor Wat and die นะคะ?! ส่วนตัวยังไม่ได้รู้สึกขนาดนั้น ยังมีอีกหลายที่ที่เราอยากเห็น อยากรู้สึก อยากทำความรู้จักอีกเยอะเลยค่ะ ตระหนักแล้วว่าถ้าจะกลับมาที่นี่อีก ไม่ได้อยากเตรียมกันแดดอย่างดี เสื้อแขนยาว ผ้าปิดหน้า แว่นกันแดดและร่ม เพื่อเตรียมพร้อมกับอากาศแต่อย่างใด แต่ขอเตรียมชุดไป night out ก็พอค่ะ ฮาๆ 😀

img_7997
Angkor Wat อลังการงานสร้างค่ะ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s