An impressive journey in Sikkim, ประทับใจมิรู้ลืม… :)

IMG_0227
การเขียนรีวิวท่องเที่ยวครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขียนด้วยภาษาแม่ นั่นก็คือภาษาไทยค่ะ เพราะอยากให้เพื่อนๆได้เข้าถึงอรรถรส ความสนุก ความโหด มันส์ ฮา แบบถึงอารมณ์ เอาจริงๆคือ เขียนภาษาอังกฤษมันยากอ่ะ (ฮาๆ) ทริปนี้วางแผนกับเพื่อน(ต่างวัย)แบบลับๆ ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะบอกเค้าไว้มากว่า ‘ไม่ไปไหนแล้วจ่ะ…’ พอทำตามที่สัญญาไว้ไม่ได้ก็เกิดอาการละอายใจ วิเคราะห์ดูแล้วเราน่าจะเป็น addicted to travelling แบบขั้นสุด เห็นอะไรน่าสนใจ เห็น timing เป็นใจก็อดไม่ได้ เฮ้อ ครั้งนี้บอกเลยเพราะวีซ่าเป็นใจ ยังมีโควต้าเหลืออีกหนึ่งครั้งแบบไม่ต้องทำวีซ่าใหม่

นี่เป็นแค่หนึ่งปัจจัยค่ะ ตอนแรกตัวเองไม่ได้อยากไปเท่าไหร่เพราะดูการเดินทางยากลำบากเหลือเกิน เส้นทางลัดเลาะภูเขา ข้ามเขาลูกนั้นลูกนี้ ฝนตก ดินถล่ม ทางปิดอีก เอ่อ นี่เราจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเหรอ? สุดท้ายก็ทำใจให้ไปได้เพราะอยากแวะเมือง Darjeeling นั่นเอง การไปอินเดียครั้งที่สองมองอะไรง่ายๆสบายๆไปหมด ความแออัด ความสกปรก รถติด ฯลฯ กลายเป็นเรื่องธรรมดา ครั้งนี้แปลกหน่อยคืออากาศร้อนตอนบินลงที่เมือง Bagdora จากนั้นเราก็นั่งรถที่เราให้ทางโรงแรมจองให้ คือ Chevy คันเล็กๆน่ารัก ค่อยๆปีนเขาขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านหลุมผ่านทางวิบากระดับ 1 (ซึ่งตอนนั้นคิดว่าโหดมากแล้ว) แล้วเราก็ถึง Rangpo เมืองแรกก่อนเข้า Sikkim ตอนแรกกลัวคนจะเยอะ แต่เพราะเราไม่ได้มากับ shared jeep (รถ jeep ยี่ห้อ Tata นั่งเบียดกันสิบคน คละคลุ้งกลิ่นแขกรัญจวนใจ) เลยไม่มีคิวค่ะ Staff หน้าตาใจดี ถามว่ามียาหม่องมาฝากมั้ย พอแปลออกนี่ฮาเลย เราเลยเอาน้ำมันเขียวสูตรพิเศษจากภาคใต้ให้เค้าลองใช้ก่อนจะจากมาพร้อมรอยยิ้ม 🙂
IMG_0292
อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ พอๆกับเมฆฝนที่เริ่มตั้งเค้าและความสูงชันที่เพิ่มขึ้น ในที่สุดเราก็มาถึง Gangtok ตอนเย็นย่ำ ใช้เวลาเดินทางประมาน 5 ชั่วโมง ลักษณะของเมืองเป็นการสร้างบนไหล่เขาที่สูงลิบ อัดแน่นกันอยู่เป็นเมืองใหญ่ๆ ทึ่งกับการออกแบบมากเพราะมันสร้างยากนะ วิวบ้านบางหลังนี่คือรีสอร์ทหรู 5 ดาวได้เลยอ่ะ สวยดี ความแปลกอีกอย่างคือผู้คนที่นี่ดูไม่เหมือนคนอินเดียเอาซะเลย เหมือนคนทิเบต ภูฏาน เนปาล อินเดีย จีน รวมๆกัน บางครั้งเห็นคนตัวขาวๆ หน้าจีนๆ แต่พูดฮินดีจ้า แปลกตาสุดๆ สองคืนแรกเราพักกันแถวๆ M.G.Road หรือถนนมหาตมะคานที ที่เปรียบเหมือนถนนสายหลักที่ต้องมีทุกเมือง มีร้านรวงให้ช็อปตลอดทั้งสองฝั่งแต่สักทุ่มนึงร้านก็เริ่มปิด แถมเปิดก็เลท มีวันนึงจะไปเดินช็อปวันเสาร์ อ่าว ไม่ค่อยมีร้านไหนเปิดอีก ต้องเช็คดีๆค่ะ บนถนนนั้นมีร้านที่แนะนำ คือ Taste of Tibet และ Baker’s Cafe’ จริงๆได้ไปกินแค่สองที่นี้แหละ (ฮาๆ) ยังมีร้านอื่นน่าลองอยู่นะ ส่วนตัวชอบร้านทิเบตมากเพราะอาหารอร่อย ไปกินสองรอบเลยจ้า 🙂
IMG_0289
เช้าวันต่อมาเราแพลนไป วัด Rumtok ซึ่งอยู่บนเขาอีกฟากนึงจาก Gangtok ด้วยความอยากลองของเรานั่ง shared jeep ไปคนละ 40 รูปี แวบแรกที่เข้าไปนั่งคือกลิ่นแขกที่ยังติดเบาะผ้าเหี่ยวๆ ดมยาดมแทบไม่ทันค่ะ พี่เพลียมาก ดีที่เราได้ผู้ร่วมเดินทางเพียง 7 คน ไม่คับแคบเท่าไหร่นัก แต่กว่าจะถึงวัดก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน เพราะต้องนั่งเกร็งๆแบบกลัวๆเพราะพี่แกขับได้เปรี้ยวมาก วัดแห่งนี้ดูสงบ สวยและแปลกตา อาจเพราะเป็นสไตล์ทิเบตที่เราไม่เคยเห็นก็ได้ ประทับใจดีค่ะ ขากลับก็แวะที่พิพิธภัณฑ์ทิเบตอีก เอาให้เต็มอิ่มจ้า เย็นนั้นเราเดินหา agency เพื่อพาเราไป North Sikkim และทะเลสาบ Tsomgo ที่ต้องใช้ agency เพราะเค้าต้องจัดการ permit ให้เราล่วงหน้า 1 วัน ต้องเตรียมรูปถ่าย สำเนาบัตร สำเนาวีซ่ากันวุ่นวาย คือใช้เยอะจริงๆ อ่ะค่ะ

ได้ยินมาว่าการไป North Sikkim 3วัน 2คืนนี้ ควรจะแบ่งเสื้อจัดกระเป๋าไว้ให้พอดี แล้วเอาไปเฉพาะที่จำเป็น นอกนั้นให้ฝากไว้ที่ Gangtok นี่แหละ เราก็ทำตามแต่สุดท้ายก็เอากระเป๋าไปทุกใบ เพราะรถ 4wheel ที่นั่งมันกว้างมาก คือเค้าไปกันหลายๆคนไงเลยวางกระเป๋าไม่ได้ นี่ไปกันแค่สองคน ก็เลยสบาย การเดินทางเริ่มต้นขึ้นสายๆ เราลัดเลาะภูเขาลูกแล้วลูกเล่า ขึ้น-ลง ข้ามสะพานไปอย่างนี้เรื่อยๆ แบบไร้ที่สิ้นสุด ถนนก็ดีบ้าง เลวบ้างเป็นช่วงๆ แต่ถ้าเลวนี่คือเลวร้ายมากนะ ให้นึกสภาพการตัดภูเขาออกเพื่อใช้เป็นถนน แปลว่าถนนแคบและลื่นมากโดยเฉพาะช่วงฝนตก หินดินทรายพร้อมจะไถลมาปิดถนนได้ตลอด สภาพถนนคือนั่งจนคอเคล็ดเพราะหลุมเยอะมาก บางช่วงนี้หัวกระแทกหลังคารถจ้า การขับรถสวนกันนี้คือต้องลุ้นว่าใครอยู่ด้านเหวเพราะคุณจะเสียวสยองมาก ยิ่งผั่งที่นั่งใครอยู่ด้านเหวด้วยแล้วคุณจะเสียวเป็นสองเท่า ความรู้สึกเหมือนกับเรากำลังนั่งรถไฟเหาะแต่มันน่ากลัวกว่านั้นเพราะถ้าตกลงไปคือไม่มีทางรอดชีวิตค่ะ อย่างไรก็ตาม การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ได้ถึงกับแย่เกินไปเพราะวิวข้างทางค่ะ ยอมรับว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ต้นไม้ใบหญ้า แม่น้ำ ภูเขา สวยเกินบรรยายจริงๆ อารมณ์แบบเห็นแล้วมีความสุขอ่ะค่ะ มันรู้สึกอิ่มเอมใจ ฮาๆ 😀
IMG_0738
ไม่รู้หลับไปเมื่อไหร่ ตื่นมาอีกครั้งเราก็เห็นสภาพต้นไม้แบบทุนดรา (เป็นความรู้สึกค่ะ ไม่ใช่ทุนดราจริงจังแต่อย่างใด) คือต้นไม้แปลกๆไปจนกระทั่งมีมอส ไลเคน และแทบไม่มีต้นไม้ อากาศนี้เย็นอย่าบอกใคร แล้วเราก็ถึงเมืองLachen ประมาณ 5 โมงเย็น (ออก 10 โมงเช้า -_-) ขื่อเหมือนอยู่สวิสแต่ไม่ใช่นะแม้ว่าอากาศอาจจะคล้ายๆกันอยู่ สิ่งที่ surprised มากๆไม่ใช้บรรยากาศเมืองเล็กๆ อากาศเย็นยะเยือก หรือวิวภูเขาขมุกขมัวไม่มีแดดแต่อย่างใด แต่มันคือ….การลืมกระเป๋าที่จัดเตรียมไว้สำหรับอากาศหนาวที่ North Sikkim 3 วัน 2 คืน ไว้ที่โรงแรมใน Gangtok ค่าาาา!!! นั่นหมายความว่า เสื้อผ้าอุ่นๆ สบู่แชมพู ครีมบำรุง ไดร์เป่าผม เครื่องสำอาง ฯลฯ ไม่ได้มาเที่ยวด้วยกันนั่นเอง failed สุดๆเพราะไม่เคยพลาดท่าอะไรมากมายขนาดนี้มาก่อนค่ะ 😦

วันถัดมาเราออกกันแต่เช้าค่ะเพื่อไปยัง Chopta Valley แต่ไม่ทันได้ไปไหนเราก็เห็นหิมะอยู่บนยอดเขาข้างหลังที่พักเรานี่เอง เพราะวันนี้ฟ้าเปิดแล้ว แดดดีเชียว ต้องบอกว่ามันเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดมากค่ะแม้ว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจะนอนทรมานเพียงใด หรือต้องคิดหาวิธีดำรงชีวิตโดยขาดของใช้ส่วนตัวที่ลืมไที่ Gangtok ก็ตาม และยังเป็นคืนที่ขาดการเล่น Social Network อย่างสิ้นเชิงเพราะหาสัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ได้อีก แต่ดิชั้นก็ยัง Happy ค่ะ เพราะวิวที่เราเห็นระหว่างทางไปนั้นสวยงามเหลือเกิน คือลืมไปเลยว่าใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะถึงจุดหมายของเรา เพราะมัวแต่ดูข้างทางจนเพลิน ยิ่งช่วงที่เราอยู่ในโซนหนาวๆ ต้นไม้ขึ้นน้อยนิดแต่ดอกไม้ใบหญ้าเยอะแยะเต็มสองข้างทาง สีม่วง สีเหลือง สีขาว สีชมพู น่ารักไปหมด นี่เป็นข้อดีที่มาช่วงเข้าหน้าร้อนนั่นเองค่ะ แล้วก็เป็นช่วงที่ดีที่สุดถ้ายังอยากเห็นหิมะแบบอากาศไม่ได้เลวร้ายมาก 🙂
IMG_0619
สิ่งที่เป็นอุปสรรคอย่างเดียวคือความเย็นค่ะ แม้จะไม่ได้เลวร้ายมากอย่างที่บอก แต่ตอนนั้นคงใกล้ติดลบเต็มที ไม่อยากนึกว่าถ้าเรามาช่วงหน้าหนาวเราจะดำรงชีวิตอย่างไร เราแวะกินชาร้อนกันที่หมู่บ้าน Thangu ให้นึกถึงทางถนนที่มีคูน้ำเล็กๆทั้งสองข้าง น้ำใสแจ๋ว บ้านเรือนสองข้างทางอย่างมากแค่สองขั้น ที่แวดล้อมไปด้วยภูเขาสูงตระหง่านมีหิมะปกคลุมเป็นฉากหลัง สวยมากจริงๆ สุดท้ายเราก็มาถึง Chopta Valley ที่ดูงดงามแบบลึกลับ ก่อนจะกลับก็ผ่านแยกที่ไป Gurudongmar Lake ที่ดิชั้นอยากไปมากๆ แต่ไม่สามารถเพราะเค้าให้เฉพาะคนอินเดียไปเที่ยวค่ะ เนื่องจากมันอยู่ใกล้ทิเบตมากๆเค้าจึงเกรงเรื่องความมั่นคง เราก็ได้แต่ดูรูปและจินตนาการถึงมันเท่านั้น 😦
IMG_0626
คืนนั้นเราพักกันที่เมือง Lachung โดยเดินทางย้อนกลับทางเดิมแล้ววกขึ้นไปไต่เขาอีกลูกนึง ลักษณะเหมือนตัว Y ค่ะ คือเราเดินทางเริ่มที่ฐานตัว Y แล้วแยกไปด้านซ้ายขึ้นไปเพื่อไปเมือง Lachen และชม Chopta Valley จากนั้นก็วกกลับมาทางเดิมถึงจุดแยก แล้วก็ขึ้นไปด้านขวาเพื่อไปเมือง Lachung ชม Yumthang Valley และ Zero Point เมือง Lachung เป็นเมืองที่มีความเจริญหน่อยอยู่กลางหุบเขา มีบ้านเมือง มีวัดให้ชม เช้าถัดมาเราเดินทางไป Yumthang Valley และ Zero Point ค่ะ ที่ Yumthang เป็นหุบเขาที่ล้อมด้วยภูเขาหิมะ มีน้ำผ่านตรงกลางแต่น้ำน้อย ดูแล้งๆนะ ให้ความรู้สึกเฉยๆเพราะอาจเห็นหิมะจนเบื่อไปแล้ว วิวตรงนี้ก็สวยนะแต่อาจจะหมดความตื่นเต้นไปแล้วก็ได้ แต่วิวที่เป็น Breath-taking View คือช่วงระหว่างทางไป Zero Point ค่ะ เราจอดรถแล้วเดินขึ้นไปตรงที่เค้าเล่นหิมะกัน เพราะหิมะปิดทางค่ะจึงไป Zero Point ไม่ได้ ก็เล่นมันตรงนี้แล้วกัน (ฮาๆ) แต่พอเราหันหลังเท่านั้นแหละ แข้งขาอ่อนแรงค่ะ สมองประมวลผลไม่ได้ มันเบลอไปหมด เบลอเพราะอ๊อกซิเจนน้อยด้วยส่วนนึง แต่หลักๆเป็นเพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้ามันสวยงามมากจริงๆ ธรรมชาติมหัศจรรย์มาก ไม่รู้จะบรรยายยังไง พูดเลย
IMG_0889
ค่ำวันนั้นเรากลับมาที่ Gangtok พร้อมความประทับใจ ได้กลับมาเล่นเน็ตหลังจากขาดการติดต่อจากโลกภายนอกอยู่ 2-3วัน ฟินมากค่ะ ไม่เพียงแค่นั้น วันถัดมาเราไป Tsomgo Lake ที่อยู่ใกล้จะถึงภูฏานอยู่แล้ว มันเป็นทะเลสาบที่สวยดีค่ะ ล้อมรอบไปด้วยหิมะเช่นเคยแต่อากาศไม่เย็นเหมือน North Sikkim เค้ามี Yak ให้ขี่รอบๆทะเลสาบด้วยน่ารักดีค่ะแต่มันก็ถ่ายตลอดเวลาด้วย เวลาเดินต้องคอยเดินข้ามหิมะที่ละลายไม่พอ ต้องหลบอิ๊มันอีก ถ้าไปที่แบบนี้ต้องเอาบูทไปค่ะ รองเท้าผ้าใบไม่ได้จริงๆ เปียกแฉะ แต่ที่นี่มีหิมะให้เล่นเยอะกว่าวันก่อนค่ะ เราก็เลยเล่นกันหนำใจไม่สนใจทะเลสาบเลยและไม่สนใจว่าตัวเองจะเปียกด้วย สนุกมากๆ
IMG_1091
ด้วยความขี้เกียจจะยุ่งยาก เราใช้บริการ agency เจ้าเดิมพาเราไปจุดหมายที่เหลือในเมืองอื่นๆค่ะ นั่นคือ Pelling เพื่อไปดูยอดเขา Kanchenjunga แบบ close-up และ Darjeeling เมืองนี้อยากมาเพราะได้ยินชื่อมานานค่ะ agency เราใจดีวางแผนจัดการให้เราผ่านเมือง Namchi ไปเคารพส่ิงศักดิ์สิทธิ์หลายๆที่ ก่อนแล้วค่อยไป Pelling ใจจริงไม่อยากผ่านเมืองนี้เท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยอินกับการทำบุญกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิค่ะ ไม่ได้เป็นคนบาปอะไรแค่คิดว่าทุกอย่างขึ้นอยู่ที่การกระทำของเรา ปกติก็ไปวัดนะ (ฮาๆ) แต่เอาเป็นว่าพอไปเจอหน้างานดิชั้นอินมากค่ะ เมืองนี้เหมือนเค้าจะเน้นเรื่องการรวบรวมสิ่งศักดิ์สิทธิไว้ครบเลย เขานู้น เขานี้ มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแบบต่างๆให้ไปกราบไหว้หมด เช่น Statue of Guru Rinpoche on Tendong Hill, Char Dham Temple, และ Sai Mandir ง่ายๆเลย เราไม่ใช่คนที่จะไปร่วมพิธี เข้าคิวทำสิ่งที่คนเค้านิยมทำกัน แต่นี่ค่ะ ดิชั้นยืนต่อคิวให้นักบวชผูกด้ายแดงบ้างล่ะ ให้เจิมหน้าผากบ้างล่ะ ให้เอาอะไรไม่รู้มากินบ้างล่ะ กินน้ำมนต์บ้างล่ะ โอ้ ทำครบค่ะ แต่มันรู้สึกว่าขลังมากๆนะและทำให้สบายใจด้วย 🙂
IMG_0902
เสียเวลาไปนิดหน่อยแต่เราก็ถึง Pelling ตอนเย็นๆ ระหว่างทางนี้ต้องผ่านต้นไม้ที่ถูกโค่นลงมาหลายต้น พี่คนขับรถบอกว่าเพราะเมื่อคืนมีพายุแรงมากๆ พอมาถึงโรงแรม อ่าว ไฟดับค่ะ อุตส่าห์เดินทางมาไกลนะอยากมาพักให้สบายตื่นเช้ามาเห็นภูเขาในจินตนาการ ความฝันพังทลายค่ะเพราะต้นไม้ล้มทับเสาไฟ จึงไม่มีไฟฟ้าจึงไม่มีน้ำอุ่น ต้องอาบน้ำอุณหภูมิธรรมชาติเย็นเจี๊ยบ คือเป็นการฝึกความอดทนขึ้นสูงจริงๆ คืนนั้นนอยด์มากๆเพราะเมฆครึ้มเชียว ในใจวิตกว่าเอ๊ะจะเห็นมั้ยนะๆ อุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลขนาดนี้ไม่อยากให้เสียเที่ยวนะ ต้องบอกว่าตลอดทริปนี้ก็ชะเง้อมองมาโดยตลอดว่าจะเห็นมั้ยๆ ไม่รู้เป็นอะไรมากมั้ยแต่ชอบพวกธรรมชาติแบบนี้ เห็นในรีวิวอื่นเค้าเห็นมันตลอดทริปเลยอ่ะแม้ว่าจะอยู่ Gangtok, Namchi หรือ Darjeeling เพราะท้องฟ้ามัน clear มากและภูเขานี้ก็สูงมากๆ (8586m) เป็นอันดับ 3 ของโลก อ่า ตัดมาที่เช้าวันถัดมาค่ะ ปรากฎว่าท้องฟ้ายังคงมีเมฆเหมือนเดิม… ชีวิตไม่ยอมหมดหวัง ว่าแล้วหยิบมือถือมาเช็คตำแหน่งภูเขาเพื่อจะได้ตั้งท่ารอดูมันโผล่ออกมาหลังเมฆ อ่าว ดูตำแหน่งผิดมาโดยตลอดค่ะ ฮากับตัวเองมากๆเลย (ฮาๆ) ณ ขณะนั้นใครบนฟ้าคงเห็นความตั้งใจของดิชั้น เทือกเขา Kanchenjunga ค่อยๆโผล่พ้นก้อนเมฆออกมาให้เห็น แม้ว่าจะเป็นเวลาไม่นานแต่ก็รู้สึกพอใจแล้วค่ะ ก่อนลาจากเมืองนี้เราไปเที่ยวสะพานที่อยู่สูงเป็นอันดับต้นๆของโลก เป็นสะพานแขวนแบบรถผ่านได้ทีละคันค่ะ เชื่อมสองเขาไว้ ถ้าข้ามไปอีกฟากคืออีกไม่กี่สิบกิโลจะถึงเนปาลแล้วค่ะ ใกล้จริงๆ
IMG_1247
เย็นนั้นเราเดินทางรวดเดียวถึง Darjeeling จริงๆเมืองนี้ไม่ได้อยู่ในรัฐ Sikkim แต่เป็น West Bangal ค่ะ เราจึงต้องปั้มตราออกจากรัฐสิกขิมด้วย เท่ห์มากๆ ที่พักคืนแรกเหมือนอยู่ในยุโรปค่ะ ทั้งรูปทรงบ้าน การตกแต่งสวนและวิวเมืองในหุบเขา สวยงามมากๆอีกแล้วค่ะ อย่างไรก็ตามความสวยของ Darjeeling ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเมื่อเราย้ายเข้าไปพักในใจกลางเมือง เมืองนี้เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเยอะมากๆ รถติดและถนนก็แคบมากเพราะอยู่บนเขาเหมือน Gangtok แต่รถไม่ติดเท่า สถานที่ท่องเที่ยวก็งั้นๆค่ะเหมือนถูกสร้างขึ้นมา ตึกรามบ้านช่องสวยงามเหมือนอยู่อังกฤษแต่ไม่เห็นการพัฒนาต่อยอดแต่อย่างใด มันสวยแต่ไม่มีเสน่ห์เท่าไหร่ เส้นทางรถไฟ Himalayan Railway และสถานีรถไฟที่เป็น World Heritage site ทำการโปรโมทได้ดีค่ะ สวยคลาสสิก แต่ก็ไม่ได้ปลื้มรถจักรหัวไอน้ำแบบดั้งเดิมเท่าไหร่เลยเพราะตั๋วแพง ช้า และควันโขมงสุดๆ
IMG_1466
สรุปว่าการมา Sikkim รอบนี้คาดหวังว่าจะฟินกับ Darjeeling แต่กลับเป็นว่าอยากเลื่อนตั๋วให้กลับบ้านเร็วขึ้นซะงั้นอีก เสน่ห์ของ Sikkim ต่างหากที่ทำให้ประทับใจและอยากกลับไปอีก แม้ว่าจะเข็ดก้น เข็ดเอว เข็ดคอ จากการนั่งรถนานๆก็ตาม แต่ผู้คนที่แตกต่าง วัฒนธรรมที่หลากหลาย และสภาพภูมิทัศน์อันงดงามไม่ปรุงแต่งของที่นี่ ทำให้ Sikkim เป็น Sikkim ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ดีใจที่ได้ไป บอกเลยรอบหน้าจะขอเห็น Kanchenjunga แบบใกล้ๆและชัดๆให้ได้ 🙂
IMG_1303
กลับมาไม่กี่สัปดาห์ก็เกิดแผ่นดินไหวที่เนปาล ตอนนั้นรู้สึกเศร้าใจมากๆค่ะ เพราะที่ที่เราไปนั้นใกล้เนปาลมากๆ ได้ยินภาษาเนปาลี ได้เห็นวัฒนธรรมของเค้าก็เยอะ ทำให้รู้สึกผูกพัน เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ทำให้ได้อุทาหรณ์ว่า การไปเที่ยวต่างประเทศทุกครั้งเราควรเตรียมตัวกับเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้บ้าง ต้องพร้อมถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จดจำตำแหน่งสถานฑูตไทย เบอร์โทรที่จำเป็น อุปกรณ์ที่จำเป็นเช่นยารักษาโรค อาหารแห้ง หรือการเปิดใช้สัญญาณโทรศัพท์เอาไว้ เพราะตัวเราเองไม่ค่อยคิดเรื่องพวกนี้เลย ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติจริงๆก็คงลำบากค่ะ บางทีชอบลุยๆเตรียมเรื่องเที่ยวมาดีแต่ไม่เตรียมเรื่องทางหนีทีไล่หรือปัญหาเฉพาะหน้ามา ก็คงไม่ดีเท่าไหร่นะคะ (บอกตัวเอง -_-)
IMG_0201
…..Pray for Nepal

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s